แคนนอน ยู.เอส.เอ. อิงค์ สนับสนุนเลนส์ EF 400mm f/2.8L IS II USM กว่า 120 ตัว เพื่อต่อยอดโปรเจ็ค “กล้องดราก้อนฟลายเทเลโฟโต้อาเรย์” - Canon Thailand

    แคนนอน ยู.เอส.เอ. อิงค์ สนับสนุนเลนส์ EF 400mm f/2.8L IS II USM กว่า 120 ตัว
    เพื่อต่อยอดโปรเจ็ค “กล้องดราก้อนฟลายเทเลโฟโต้อาเรย์”

    กล้องดราก้อนฟลายเทเลโฟโต้อาเรย์ (Dragonfly Telephoto Array)
    ถูกติดตั้งใน นิวแมคซีโก “ภาพถ่ายโดย ปีเตอร์ ฟาน ด็อกคุม มหาวิทยาลัยเยล”

    บริษัท แคนนอน ยู.เอส.เอ อิงค์ ผู้นำด้านดิจิทัลอิมเมจจิ้งโซลูชัน ประกาศวันนี้ว่าบริษัทจะให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคแก่โครงการดราก้อนฟลาย ทีมวิจัยนานาชาติจากมหาวิทยาลัยเยลและมหาวิทยาลัยโตรอนโต ในแผนการที่จะขยายกล้องดราก้อนฟลายเทเลโฟโต้อาเรย์ (Dragonfly Telephoto Array) โดยบริษัทจะสนับสนุนเลนส์ซูปเปอร์เทเลโฟโต้ Canon EF 400mm f/2.8L IS II USM ที่มีช่องรับแสงขนาดใหญ่ ทางยาวโฟกัสเดียว จำนวน 120 ตัว ให้กับโครงการ และบริษัท แคนนอน อิงค์ บริษัทแม่ของบริษัท แคนนอน ยู.เอส.เอ อิงค์ จะให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค

    กล้องดราก้อนฟลายเทเลโฟโต้อาเรย์ (Dragonfly Telephoto Array) เป็นกล้องโทรทรรศน์อาเรย์ที่ใช้เลนส์ซูปเปอร์เทเลโฟโต้ที่มีรูรับแสงขนาดใหญ่และมีเลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยวของแคนนอน โดยเฉพาะเลนส์ Canon EF 400mm f/2.8L IS II USM หลายตัวเข้าด้วยกัน กล้องโทรทรรศน์อาเรย์ถูกออกแบบขึ้นในปี 2013 โดยโครงการดราก้อนฟลายทีมวิจัยนานาชาติของมหาวิทยาลัยเยลและมหาวิทยาลัยโตรอนโต โดยกล้องโทรทรรศน์ดราก้อนฟลายสามารถจับภาพกาแล็กซีที่มืดสลัวและมีการกระจายตัวขนาดใหญ่มากซึ่งยากที่จะตรวจจับได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์ธรรมดาที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งภารกิจของมันคือการศึกษาจักรวาลที่มีความสว่างของพื้นผิวต่ำ เพื่ออธิบายธรรมชาติของสสารที่มีความมืดสลัวและใช้ประโยชน์จากแนวคิดของกล้องโทรทรรศน์แบบกระจาย (distributed telescopes)

    Photo taken with the Dragonfly Telephoto Array. The moon is shown for scale. ”Image by Pieter van Dokkum, Yale University.”

    ภาพที่ถูกถ่ายด้วยกล้องโทรทรรศน์ ชื่อภาพ The moon is shown for scale โดย  ปีเตอร์ ฟาน ด็อกคุม จากมหาวิทยาลัยเยล

    เพื่อสนับสนุนการวิจัยนี้ แคนนอนได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคด้วยการสนับสนุนเลนส์ Canon EF 400mm f/2.8L IS II USM จำนวน 40 ตัว ในปี 2015 ขยายอาเรย์เป็น 48 เลนส์ ด้วยกล้องโทรทรรศน์ 24 ตัวที่มาพร้อมเม้าท์ 2 ตัวแยกออกจากกัน ตั้งแต่นั้นมาทีมวิจัยได้ผลลัพธ์และการค้นพบที่สำคัญเกี่ยวกับดาราศาสตร์นอกกาแล็กซีรวมไปถึงการค้นพบ Dragonfly 44 กาแล็กซีกลุ่มกระจัดกระจายมาก (Ultra-Diffuse Galaxy) ในปี 2016 และ การระบุกาแล็กซีที่ไร้สสารมืด (dark matter) หรือ NGC 1052-DF2 ในปี 2018 ซึ่งในครั้งนี้ แคนนอนให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคด้วยการสนับสนุน เลนส์ Canon EF 400mm f/2.8L IS II USM จำนวน 120 ตัว ให้กับทีมวิจัย ซึ่งจะทำให้สามารถขยายอาเรย์ของกล้องโทรทรรศน์ต่อไปได้อีกหลายเท่า ด้วยเลนส์ทั้งหมด 168 ตัว อาเรย์ของกล้องโทรทรรศน์จะมีความสามารถในการรวบรวมแสงเทียบเท่ากล้องโทรทรรศน์หักเหแสงที่ทั่วไปมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 1.8 เมตร ที่มีความยาวโฟกัสเพียง 40 ซม. และคาดว่าสิ่งนี้จะเป็นการเปิดหน้าต่างใหม่ของจักรวาลได้

    แคนนอนมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการยกระดับองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีซึ่งได้รับการบ่มเพาะมาเป็นเวลานานในฐานะบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีอิมเมจจิ้ง

    ข้อความจากศาสตราจารย์ ปีเตอร์ ฟาน ด็อกคุม จากมหาวิทยัลเยล ให้ความเห็นว่า
    กล้องดราก้อนฟลายเทเลโฟโต้อาเรย์ (Dragonfly Telephoto Array) นี้ ถือได้ว่าเป็นกล้องโทรทรรศน์สำรวจชั้นนำที่ใช้ในการค้นหาและสำรวจวัตถุที่มืดสลัว และกระจายอยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งช่วยทำให้เราค้นพบกาแล็กซีกลุ่มกระจัดกระจายมาก (Ultra-Diffuse Galaxy) และ ปรากฏการณ์ที่มีความสว่างบนพื้นผิวต่ำอื่นๆ ได้ โดยการแสดงผลภาพของกล้อง ทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงการก่อตัวของกาแล็กซี รวมไปถึงการให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับธรรมชาติของสสารมืด

    ในเริ่มแรกของโครงการกล้องดราก้อนฟลายเทเลโฟโต้อาเรย์มีตัวเลนส์ แคนนอน 400มม. จำนวน 48 ตัว ซึ่งมีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อนช่วยลดผลกระทบของการกระเจิงของแสงได้ ทำให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของกล้องโทรทรรศน์ทั่วไปในการตรวจจับโครงสร้างที่เลือนลาง ตัวเลนส์ทั้งหมดถูกประกอบเข้ากับเครื่องตรวจจับระยะกว้างที่มีขนาดใหญ่ที่ควบคุมข้อผิดพลาดได้อย่างดีเยี่ยม และด้วยการเพิ่มเลนส์เหล่านี้เข้าไปอีก 120 ตัว ในการกำหนดค่าที่พัฒนาขึ้นใหม่ทำให้สามารถใช้ฟิลเตอร์ที่มีระยะแคบได้ จะทำให้ดราก้อนฟลายเป็นเครื่องมือที่สร้าง wide-field spectroscopic line mapping ที่ทรงพลังที่สุดที่เคยมีมา

    เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาดราก้อนฟลายอาเรย์ครั้งนี้คือการตรวจจับและศึกษาก๊าซจางๆ ที่คิดว่าน่าจะมีอยู่รอบๆ และระหว่างกาแล็กซีซึ่งการเปิดหน้าต่างใหม่นี้บนจักรวาล ดราก้อนฟลายจะตอบคำถามที่สำคัญที่สุดบางข้อฟิสิกส์ดาราศาสตร์ในปัจจุบันได้