แคนนอน เผยโฉม “Canon XF605” กล้องถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพ 4K มาพร้อมเลนส์ Canon 10x16 KAS S เลนส์ซูมขนาดเล็กเพื่อการบรอดแคสต์ขั้นสูงระดับ 8K - Canon Thailand

    แคนนอน เผยโฉม “Canon XF605” กล้องถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพ 4K
    มาพร้อมเลนส์ Canon 10x16 KAS S เลนส์ซูมขนาดเล็ก
    เพื่อการบรอดแคสต์ขั้นสูงระดับ 8K

    แคนนอน เปิดตัว “Canon XF605” กล้องถ่ายวิดีโอมืออาชีพความละเอียด 4K รุ่นใหม่ ภายใต้ตระกูล XF ที่มีชื่อเสียงในวงการโปรดักชัน พร้อมเปิดตัวเลนส์ซูม Canon 10x16 KAS S เพื่องานบรอดแคสต์ระดับ 8K โดยทั้งสองได้ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของอุตสาหกรรมบรอดแคสต์และงานโปรดักชัน โดยกล้อง Canon XF605 ดีไซน์ให้มีความคล่องตัว เหมาะกับการถ่ายภาพทำงานคนเดียว ทำให้กล้อง Canon XF605 ตอบโจทย์ช่างภาพข่าวและช่างภาพอีเวนท์ในงานบรอดแคสต์ รวมถึงงานโปรดักชันในสตูดิโอ นอกจากนี้ยังใช้เลนส์ตระกูล L คุณภาพสูง เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมโปรดักชันและเป็นโซลูชันเพื่องานวิดีโอคุณภาพสูงที่สามารถใช้งานได้ในทุกสภาพแวดล้อมการถ่ายทำ ส่วนเลนส์ Canon 10x16 KAS S เป็นอีกหนึ่งการพิสูจน์เทคโนโลยีด้านออพติคที่มีชื่อเสียงของแคนนอน ออกแบบให้มีขนาดเล็กแต่ยังคงให้ประสิทธิภาพด้านออพติคได้อย่างไร้ที่ติ ตอบสนองความต้องการงานโปรดักชันความละเอียดสูงระดับ 8K ทั้งการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา และภาพยนตร์สารคดีออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ เพิ่มความหลากหลายให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์เลนส์สำหรับกล้องบรอดแคสต์ความละเอียดสูงพิเศษ 8K มาพร้อมเซนเซอร์ 1.25 นิ้ว ที่มีอยู่อย่างเลนส์ UHD-DIGISUPER 51 และเลนส์ 7x10.7 KAS S

    Canon XF605: กล้องถ่ายวิดีโอ 4K ระดับมืออาชีพเจนเนอเรชั่นใหม่ มาพร้อมเลนส์ L-series ประสิทธิภาพสูงระดับ 4K

    สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ Canon XF605 กล้องวิดีโอเพื่อมืออาชีพ ภายใต้ตระกูล XF ที่ให้คุณภาพการบันทึกระดับ 4K ที่มาพร้อมเซนเซอร์ CMOS ขนาด 1.0 นิ้ว และความสามารถในการบันทึกวิดีโอ HDR ความละเอียด 4K/50p 4:2:2/10-bit ลงในการ์ดความจำแบบ SD มอบภาพที่มีคุณภาพสูงเทียบได้กับรุ่นเรือธงของตระกูล XF อย่างรุ่น XF705 โดยกล้องรุ่น Canon XF605 ถูกดีไซน์ให้มีขนาดกะทัดรัดเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนย้าย พร้อมปรับปรุงความสามารถในการโฟกัสอัตโนมัติ และฟังก์ชันการส่งสัญญาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับงานโปรดักชันหลากหลายประเภท อาทิ การออกอากาศรายการข่าว การถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบกระทันหัน ไปจนถึงงานโปรดักชั่นอื่นๆ ที่ช่างภาพต้องทำงานเพียงคนเดียว

    ในส่วนของเลนส์มีการใช้เลนส์ตระกูล L (Luxury) ควบคู่กับเซนเซอร์ CMOS ขนาด 1.0 นิ้ว และระบบประมวลผลภาพ DIGIC DV7 ทำให้ Canon XF605 สามารถบันทึกภาพวิดีโอ HDR ความละเอียด 4K/50p 4:2:2/10-bit คุณภาพสูงได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเลือกบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงแบบ HDR และการบันทึกวิดีโอสโลโมชั่นความเร็ว 120 เฟรมต่อวินาทีได้ที่ Full HD

    นอกจากนี้ โหมด IS ยังมีให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบเพื่อควบคุมระบบป้องกันภาพสั่นไหว ในขณะที่การจัดวางชิ้นเลนส์ฟิลเตอร์ ND ในตัวกล้องช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมค่ารูรับแสงได้ดีแม้จะเป็นการถ่ายทำนอกสถานที่ ท่ามกลางแสงแดดจ้า ทำให้ภาพที่ออกมาสมบูรณ์แบบตามต้องการ ซึ่งฟังก์ชันนี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้เทคนิคการถ่ายได้หลากหลายยิ่งขึ้น และด้วยเซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1.0 นิ้วของกล้อง ทำให้สามารถสร้างภาพโบเก้ให้เกิดขึ้นได้ รวมถึงการถ่ายวิดีโอด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ แม้ถ่ายทำในช่วงเวลากลางวัน

    โหมดการบันทึกของ Canon XF605 ได้รับการพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นขึ้นเพื่อรองรับการถ่ายทำในซีนต่างๆ เช่น เทคนิคการทำภาพสโลโมชัน (Slow Motion) และ ฟาสท์โมชั่น (Fast Motion) ที่รองรับการบันทึกสูงสุด 120P นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกเสียงพร้อมกันไปด้วย ฟังก์ชั่นบันทึกล่วงหน้า (3 วินาทีก่อนกดบันทึก) โหมดบันทึกทีละเฟรม (Frame Recording - สำหรับถ่าย STOP MOTION) และโหมดบันทึกแบบ Interval สำหรับการถ่ายแบบไทม์แลปส์ (Time-lapse) โดยเพิ่ม Custom Picture File แบบใหม่ BT.709 สามารถเลือกตั้งค่าได้หลากหลายรวมถึง EOS Standard และ EOS Neutral เพื่อให้สามารถใช้ได้กับสภาพแวดล้อมโปรดักชันที่หลากหลาย นอกจากนี้ Canon XF605 ยังสามารถเลือกบันทึกในรูปแบบ HDR ทั้ง HLG และ PQ ได้ในขณะถ่ายทำตามความต้องการ รวมถึงมีฟีเจอร์ Canon Log 3 ที่ใช้สำหรับกระบวนการโพสต์โปรเซส ซึ่งใช้ในกล้อง XF705 และ CINEMA EOS ไปจนถึงระบบอื่นๆ

    Canon XF605 นับเป็นครั้งแรกของกล้องในตระกูล XF ที่มีโหมดความไวแสงสูง (High Sensitivity) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้สว่างกว่าปกติหนึ่งขั้น (ความไวแสง 2,000 lux เทียบเท่า F12) อีกทั้งยังมีฟังก์ชันที่ช่วยแก้ปัญหาภาพเบลอจากรูรับแสง (Diffraction Correction) ที่มักเกิดขึ้นเมื่อใช้รูรับแสงที่มีขนาดเล็กเกินไปในขณะที่บันทึกภาพด้วยการแพน ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพด้วยรูรับแสงที่เล็กกว่าที่เคย ซึ่งเป็นอัลกอริทึ่มที่ใช้ในกล้องวิดีโอมืออาชีพอย่าง Cinema EOS นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF[1] ซึ่งเป็นเทคโนโลยีออโต้โฟกัสของแคนนอนที่แต่ละพิกเซลบนเซนเซอร์ CMOS จะทำงานทั้งในการการโฟกัสอัตโนมัติแบบ Phase Detection และทั้งในการบันทึกภาพ โดย Canon XF605 เป็นกล้องที่มีการโฟกัสที่รวดเร็วและแม่นยำสูง รวมถึงเป็นกล้องวิดีโอรุ่นแรกในตระกูล XF ที่มีออโต้โฟกัสตรวจจับดวงตาและศีรษะ รวมถึงมีออโต้โฟกัสตรวจจับใบหน้าที่ได้รับการปรับปรุงให้ช่วยติดตามวัตถุได้แม่นยำและเสถียรยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน กล้องรุ่นนี้ยังมาพร้อมคุณสมบัติการใช้งานที่ง่ายขึ้น อาทิ เมนูที่ใช้งานผ่านหน้าจอสัมผัส เและโหมดเล่นซ้ำ โดย Canon XF605 ได้รับการออกแบบมาให้สะดวกในการเคลื่อนย้าย และมีวงแหวนเลนส์ 3 แบบเพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักน้อยกว่า XF705 ประมาณ 600 กรัม หรือเบากว่าถึง 25 และตัวกล้องยังมีขนาดที่เล็กลงอีกประมาณ 10% ทั้งความยาวและความสูง อีกทั้งยังรองรับการใช้งานผ่าน 'Browser Remote' ที่ออกแบบมาเพื่อให้ช่างภาพที่ทำงานเพียงคนเดียวสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นด้วยสมาร์ทโฟน และยังมีแอปพลิเคชั่น CTM (Content Transfer Mobile)[2] ที่เพิ่งเปิดตัวสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ในระบบ iOS โดยกล้องสามารถเชื่อมต่อและถ่ายโอนข้อมูลวิดีโอที่บันทึกไว้ผ่านสาย[3] หรือแบบไร้สายไปยังอุปกรณ์ iOS และถ่ายโอนข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ FTP ที่สถานีออกอากาศหรือที่อื่น ๆ ซึ่งทำให้การกระบวนการออกอากาศมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    Canon 10×16 KAS S: เลนส์ซูมขนาดเล็กเพื่อกล้องบรอดแคสต์ความละเอียดสูง 8K มาพร้อมเซนเซอร์ 1.25 นิ้ว

    มอบประสิทธิภาพที่เหนือกว่าด้วย Canon10x16 KAS S เลนส์ซูมขนาดเล็กรุ่นใหม่ที่พัฒนามาด้วยเทคโนโลยีด้านออพติคของแคนนอน ได้รับการออกแบบมาสำหรับกล้องบรอดแคสต์ความละเอียด 8K ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากล้องในกลุ่มนี้มีความต้องการที่สูงขึ้นสำหรับงานโปรดักชันที่ผลิตวิดีโอความละเอียดสูง โดยเฉพาะการออกอากาศภาพการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติและการสร้างภาพยนตร์สารคดี โดยในการเปิดตัวCanon10x16 KAS S ของแคนนอนเป็นการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เลนส์ซูมขนาดเล็กความละเอียดสูงพิเศษ 8K เพื่อตอบสนองการถ่ายทำที่ต้องการภาพที่มีความละเอียดสูง

    ตัวเลนส์ Canon 10×16 KAS S ประกอบไปด้วยชิ้นเลนส์ต่างๆ อาทิ ฟลูออไรท์ เลนส์ UD[4] เลนส์ Hi-UD[5] และเลนส์มุมกว้าง ซึ่งช่วยลดความคลาดเคลื่อนของสี ความคลาดเคลื่อนทรงกลม และปัญหาอื่น ๆ ที่ลดคุณภาพของภาพที่เกิดจากเลนส์ นอกจากนี้ แคนนอนยังใช้เทคโนโลยี Optical Simulation ที่สั่งสมมายาวนาน ในการกำหนดตำแหน่งของชิ้นเลนส์แต่ละชิ้น ในขณะเดียวกันก็ยังควบคุมขั้นตอนการผลิตให้มีความแม่นยำสูงและใช้เทคโนโลยีการประกอบที่ดีที่สุดเพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดระหว่างการผลิตได้อย่างมาก ทำให้สามารถมอบภาพที่มีคุณภาพสูงได้ตลอดช่วงการซูม คมชัดตั้งแต่กลางภาพถึงบริเวณขอบภาพ ให้ภาพที่มีความละเอียดสูงและคอนทราสต์สูงซึ่งจำเป็นสำหรับการผลิตวิดีโอที่ต้องการคุณภาพระดับ 8K

    เลนส์ Canon10x16 KAS S มาพร้อมรูรับแสง f/2.8 ตลอดช่วงการซูม ซึ่งครอบคลุมระยะ 16 มม. ถึง 160 มม. ด้วยความสามารถในการซูม 10 เท่าและรูรับแสงที่กว้างนี้ จึงเหมาะสำหรับการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาและการถ่ายทอดสดที่ต้องมีการเปลี่ยนทางยาวโฟกัสบ่อยครั้ง เพื่อให้สามารถถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างน่าทึ่ง เต็มตาและมีความละเอียดสูง โดยเลนส์รุ่นนี้ใช้ Digital Drive Unit ประสิทธิภาพสูง สามารถทำงานได้ด้วยความละเอียดสูงถึง 16bit ซึ่งมีใช้ในเลนส์บรอดแคสต์ 4K 2/3-นิ้ว เพื่อให้มีความแม่นยำสูงในการตรวจจับตำแหน่ง และช่วยทำให้การปรับเทียบ (calibration) ระหว่างภาพจริงและภาพเสมือนทำได้ง่ายขึ้น ด้วยคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้จึงทำให้ Canon10x16 KAS S รุ่นใหม่นี้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่แม้ในการใช้งานถ่ายทำในสถานที่เสมือนจริงต่าง ๆ รวมถึงเข้ากันได้อย่างลงตัวที่สุดกับอุปกรณ์บรอดแคสต์ระดับสูงต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

    [1]พื้นที่โฟกัสประมาณ 80% (แนวตั้ง) x 80% (แนวนอน)
    [2]Content Transfer Mobile เป็นแอพพลิเคชั่นที่ต้องชำระเงินในการใช้งาน ซึ่งจะเปิดให้ดาวน์โหลดในกลางเดือนตุลาคม 2021 โดยจะมีการเพิ่มอุปกรณ์ที่รองรับอยู่เรื่อยๆ
    [3]ต้องใช้สาย USB ที่รองรับ (แยกจำหน่าย) สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลผ่านการเชื่อมต่อแบบมีสาย
    [4]ชิ้นส่วนของเลนส์ใช้ประโยชน์จาก UD glass (Ultra-low Dispersion)
    [5]เลนส์ Hi-UD เป็นเลนส์ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเลนส์ UD