เรื่องราวการพัฒนาของเลนส์ (สเปค) - RF Lens World - Canon Thailand

    เรื่องราวการพัฒนาของเลนส์ RF15-35mm f/2.8L IS USM (สเปค)

    จุดเริ่มต้นของเราคือต้องการสร้างเลนส์ซูมมุมกว้างเพื่อให้มืออาชีพใช้เป็นเลนส์ตัวหลัก นี่คือเป้าหมายแรกของเราในการพัฒนาเลนส์ และเราทราบดีว่าสเปคของเลนส์ซูมในซีรีย์ f/2.8 จะแตกต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเลนส์มุมกว้าง

    อันดับแรกคือระยะสุดฝั่งเทเลโฟโต้ เราคิดไว้ที่ 30 มม. ในตอนแรก โดยคำนึงถึงเลนส์คู่แข่งและแนวโน้มตลาดด้วย เราอาจจะเลือกใช้ระยะ 15-24 มม. ก็ได้ หากต้องการแค่ความต่อเนื่องจากเลนส์ 24-70 มม. ที่เรามีอยู่ แต่การวิเคราะห์การใช้งานของ EF16-35mm f/2.8L III USM ทำให้เราเห็นว่าระยะเทเลโฟโต้ 35 มม. มีการใช้งานบ่อยเพียงใด เราจึงตัดสินใจว่า 35 มม. นั้นเป็นระยะที่จะขาดไปไม่ได้สำหรับเลนส์มุมกว้างที่มืออาชีพใช้งานเป็นประจำ การมีช่วงทางยาวโฟกัสที่ 15-35 มม. เพื่อประสิทธิภาพด้านออพติคอลอันโดดเด่นระดับ “หนึ่งในสามเลนส์สุดเทพ” นับเป็นข้อได้เปรียบ ด้วยคุณสมบัตินี้ เลนส์จึงสามารถถ่ายภาพได้ดีเยี่ยม ซึ่งไม่ใช่แค่ภาพทิวทัศน์หรือภาพทิวทัศน์ดวงดาวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาพงานแต่งงาน การรายงานข่าว ภาพทั่วไป ภาพพอร์ตเทรต และอื่นๆ อีกมากมาย

    ถัดมาคือระยะสุดฝั่งมุมกว้าง

    เราได้เห็นพัฒนาการของเลนส์ซูม EF มุมกว้าง f/2.8 มาแล้ว ตั้งแต่ 20-35, 17-35 ไปจนถึง 16-35 มม. แต่สำหรับเทคโนโลยีเลนส์ EF ระยะสุดฝั่งมุมกว้างนั้นไปสุดที่ 16-35 มม. และในครั้งนี้ ระบบ EOS R ใหม่ก็ยิ่งทำให้มุมรับภาพกว้างขึ้นอีก เพื่อการนี้ เราได้พิจารณาตัวเลือก 3 ข้อสำหรับระยะสุดฝั่งมุมกว้าง

    • ตัวเลือกแรกคือช่วง 16-35 มม. เพื่อให้เลนส์ยังคงมีขนาดกะทัดรัด
    • ตัวเลือกที่สองคือ 15-35 มม. ที่มีความสมดุลพอเหมาะ
    • และสามคือ 14-35 มม. ที่เน้นระยะสุดฝั่งมุมกว้าง

    เดิมทีนั้น ตัวเลือกแรกของเลนส์ 16-35 มม. ที่มีขนาดกะทัดรัดดูจะเป็นไปได้มากที่สุด แต่ทุกคนทราบดีว่าระยะแบ็คโฟกัสสั้นของระบบ R คือจุดเด่นของการออกแบบเลนส์มุมกว้างเราจึงไม่สามารถล้มเลิกความคิดที่จะทำให้มุมกว้างขึ้นได้ ต้องยอมรับว่าผมสนใจตัวเลือกสุดท้ายที่ 14-35 มม. มากเช่นกัน เพราะแม้จะต่างกันเพียงหนึ่งมิลลิเมตร แต่เมื่อถ่ายภาพออกมาแล้วจะดูแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ถึงอย่างนั้น เส้นผ่านศูนย์กลางฟิลเตอร์ 82 มม. น่าจะทำให้การออกแบบเลนส์ 14-35 มม. ซับซ้อนขึ้นและทำให้เลนส์มีขนาดใหญ่กว่า EF16-35mm f/2.8L USM III 15 มม. จะให้ภาพมุมกว้างที่สวยงามในตัวเลนส์ขนาดกะทัดรัดพอให้ถือหรือพกพาได้อย่างสะดวกสบาย เป้าหมายโดยรวมเหล่านี้ทำให้เราตัดสินใจใช้ตัวเลือกที่สอง ซึ่งก็คือเลนส์ 15-35 มม.

    นอกจากประสิทธิภาพด้านออพติคอลแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเลนส์ก็คือรูรับแสง f/2.8 ตลอดทั้งช่วง เมื่อรวมกับระบบ IS ที่มีประสิทธิภาพ เลนส์จะมีความสามารถสูงมากแม้อยู่ภายใต้สภาวะแสงน้อย เลนส์ที่มีรูรับแสง f/2.8 ที่ระยะสุดฝั่ง 15 มม. นั้นสว่างพอที่จะทำให้ดวงดาวดูสดใสและคมชัด คุณอาจจะนำกล้องไปด้วยเพื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ดวงดาวบนท้องฟ้า แต่หากมีเพียงแค่เลนส์นี้ คุณจะสามารถถ่ายภาพได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพทั่วไปในตอนกลางวันหรือภาพดวงดาวในตอนกลางคืน หากเป็นภาพทิวทัศน์ ผู้อื่นอาจจะบอกให้คุณลดสต็อปของรูรับแสงลง โฟกัสโดยเปิดรูรับแสงและทำให้ภาพสว่างเพื่อสร้างโบเก้ในแบ็คกราวด์ การทำเช่นนี้ในภาพมุมกว้างจะช่วยเบลอแบ็คกราวด์ออกไปและทำให้ตัวแบบดูโดดเด่นขึ้น ซึ่งเป็นไปได้ด้วยรูรับแสงกว้างสุดของเลนส์ที่สว่างรุ่นนี้

    ระยะที่ต่างกันเพียง 1 มม. จาก 16 เป็น 15 มม. สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมากสำหรับช่างภาพ แน่นอนว่าฉากจะกว้างขึ้น แต่ก็อาจให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปเช่นกันเมื่อมีความลึกมากขึ้น เป็นต้น ความแตกต่างเพียง 1 มม. นี้ผ่านการปรับแก้มาแล้วหลายครั้งในระหว่างการพัฒนา” หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อีก การเพิ่มระยะขึ้น 1 มม. จะทำให้เลนส์ยาวขึ้น หนักขึ้น และมีความทนทานน้อยลงด้วย” การคงสเปคเหล่านี้ไว้ภายในช่วงทางยาวโฟกัสที่ลดลงมาถึง 15 มม. ต้องอาศัยการจำลองและการทดสอบซ้ำๆ เนื่องจากเราได้ปรับขนาดของส่วนประกอบแต่ละชิ้นอย่างละเอียดในระดับ 0.1 มม. แต่ในที่สุด นอกจากจะได้ระยะ 15 มม. ด้วยแบ็คโฟกัสที่สั้นของระบบ R แล้ว ระบบยังทำให้เลนส์มีขนาดเล็กกว่า EF16-35mm f/2.8L III USM ในปัจจุบันอีกด้วย