ใหม่
ใหม่
ใหม่

imageRUNNER 1643i/1643iF

Introducing a compact A4 mono multifunction device with fast scanning capabilities and advanced mobile connectivity. Reliable and versatile, the iR1643 series offers a wide range of functions tailored to suit the demands of busy work groups.
ดูสินค้า

ข่าวประชาสัมพันธ์

แคนนอน เสริมทัพ EOS C500 Mark II ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Cinema EOS System พร้อมรุกตลาดกล้องถ่ายภาพยนตร์ฟูลเฟรม ระดับมืออาชีพ

21 ก.พ. 2020 — แคนนอน  เสริมทัพ EOS C500 Mark II ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Cinema EOS System พร้อมรุกตลาดกล้องถ่ายภาพยนตร์ฟูลเฟรม ระดับมืออาชีพ ​​​​​​​        แคนนอน เผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Cinema EOS System เพื่อการถ่ายภาพยนตร์ระบบดิจิทัลระดับมืออาชีพ ด้วย EOS C500 Mark II กล้องถ่ายภาพยนตร์ดิจิทัลขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ฟูลเฟรม 5.9K และระบบประมวลผลภาพใหม่ล่าสุด ตัวกล้องได้รับการออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่ายตามความต้องการในการถ่ายทำ จึงใช้สร้างสรรค์งานได้หลายรูปแบบทั้งภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ที่ต้องการคุณภาพสูง รวมถึงรายงานข่าวและสารคดีที่ต้องอาศัยความคล่องตัวในการถ่ายทำ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ ​​​​​​​        EOS C500 Mark II มาพร้อมหลาก หลายฟีเจอร์ปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่ายทำ เช่น บันทึกภาพในฟอร์แมต Cinema RAW Light ได้ในตัวกล้อง ซึ่งช่วยให้ไฟล์มีขนาดเล็กลงแต่นำไปปรับแต่งใช้งานได้หลากหลายเหมือนฟอร์แมต RAW ทั้งยังรองรับฟอร์แมต XF-AVC    ซึ่งบันทึกข้อมูลที่บีบอัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นกล้องวิดีโอแคนนอนรุ่นแรกที่สามารถบันทึกไฟล์ Cinema RAW Light และ XF-AVC Intra ลงในการ์ด CFexpress Type B (1)  ได้เลย ตอกย้ำจุดเด่นด้านเทคโนโลยีของ Cinema EOS System ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างสรรค์ชิ้นงานได้เต็มประสิทธิภาพและยังคงสามารถใช้งานได้อย่างอิสระ และคล่องตัว นอกจากนี้ EOS C500 Mark II รองรับ HDR Standard ได้แก่ HLG (Hybrid Log-Gamma) ที่เหมาะสำหรับการบรอดแคสท์ และ PQ (Perceptual Quantization) เพื่อการถ่ายภาพยนตร์สำหรับฉายในโรงภาพยนตร์และการเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์ที่ต้องการเน้นเรื่องคุณภาพของงานวิดีโอ ซึ่งได้รับการยอมรับให้เป็นกล้องสำหรับถ่ายทำตามมาตรฐานของ Netflix อีกด้วย ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        กล้องรุ่นนี้ใช้เซ็นเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียด 5.9K ในอัตราส่วนภาพ 17:9 เพื่องานภาพยนตร์โดยเฉพาะ ให้ไดนามิกเรนจ์ได้ถึง 15+ สต็อป (2)  จึงใช้สร้างสรรค์งานภาพได้หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งมีระบบประมวลผลภาพความเร็วสูงใหม่ล่าสุด DIGIC DV 7 สำหรับการถ่ายทำคุณภาพสูงระดับ 4K ที่ 50p / 60p สามารถบันทึกภาพในฟอร์แมต XF-AVC Intra ที่มีคุณภาพสูงและนำไปปรับแต่งได้ง่าย ​​​​​​​        และด้วยตัวกล้องที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่ารุ่นก่อนหน้า (EOS C500) จึงเหมาะสำหรับการประกอบเข้ากับอุปกรณ์ช่วยในการถ่ายทำต่างๆ อีกมากมาย อาทิ ไม่ว่าจะเป็นช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ กริป กล้อง และส่วนต่อเสริมต่างๆ ผู้ใช้ยังสามารถเปลี่ยนเมาท์เลนส์จาก EF เป็นเมาท์ EF Cinema lock หรือเมาท์ PL ด้วยตัวเองโดยใช้ชุดเปลี่ยนเมาท์ (จำหน่ายแยกต่างหาก) ตัวกล้องรองรับการใช้งานร่วมกับ Expansion Unit (จำหน่ายแยกต่างหาก) ทำให้กล้องสามารถรองรับการถ่ายทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำที่มีผู้ควบคุมเพียงคนเดียว การใช้กล้องหลายตัว การใช้กล้องกับแกนยึดกันสั่น (gimbal) หรือโดรน       ไปจนถึงการถ่ายภาพยนตร์อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงพร้อมตอบสนองรูปแบบการถ่ายทำในอนาคต  ​​​​​​​ ​​​​​​​        นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ได้แก่ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวสำหรับวิดีโอ (Video IS) บันทึกเสียงได้ 4 Channel จอแอลซีดีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 4.3 นิ้วเพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น รวมถึงสามารถรองรับการถอดหรือใส่อุปกรณ์เสริมต่างๆ  นอกจากนี้จอ LCD ยังรองรับการถ่ายภาพแบบ HDR ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตั้งไดนามิกเรนจ์ได้ถึง 400% และ 1600% ยิ่งหากใช้ร่วมกับจอ LCD ที่มีความเที่ยงตรงสูงก็จะยิ่งให้ภาพที่สมจริงมากขึ้น EOS C500 Mark II ยังมีช่องต่อ 12G-SDI และ HDMI เพื่อความสะดวกในการเชื่อมต่อกับจอภาพหรืออุปกรณ์บันทึกภายนอกในสถานที่ถ่ายทำทั้งในสตูดิโอและนอกสถานที่ ​​​​​​​ ​​​​​​​        กล้องถ่ายภาพยนตร์ดิจิทัล EOS C500 Mark II มีวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ ในราคา 547,900 บาทที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแคนนอน ​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​ (1) การบันทึก Cinema RAW Light จำเป็นต้องใช้การ์ด CFexpress Type B เท่านั้น​​​​​​​ ​​​​​​​(2)ไดนามิกเรนจ์มีหน่วยวัดเป็นสต็อป เมื่อเพิ่มขึ้น 1 สต็อป หมายถึงช่วงความสว่างที่กล้องบันทึกได้จะเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว แต่ละโหมดการถ่ายภาพจะมีจำนวนสต็อปสูงสุดแตกต่างกัน  ​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​คุณสมบัติเด่นของกล้อง Cinema EOS C500 Mark II ​​​​​​​ เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด Full Frame ความละเอียด 5.9K, รองรับโหมด Super 35mm และ Super 16mm crop ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเมาท์เลนส์ได้เอง ให้อิสระในการใช้เลนส์ที่หลากหลาย  ชิปประมวลภาพใหม่ล่าสุด DIGIC DV 7 เพื่อประสิทธิภาพในการประมวลข้อมูลภาพความละเอียดสูง  รองรับ Canon Cinema RAW Light และ XF-AVC  มี Proxy Recording  รองรับการใช้งานร่วมกับเลนส์ EF และ PL*  รองรับการใช้งานร่วมกับเลนส์ Anamorphic  ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบอิเล็กทรอนิกส์  ออกแบบโมดูลมาพร้อมกับ Expansion Units ให้เลือก 3 แบบ เพื่อการเชื่อมต่อระดับสูงและรองรับการทำงานที่หลากหลาย สามารถใช้งานร่วมกับจอ LCD แบบทัชกรีน 4.3” (LM-V2: อุปกรณ์เสริมแยกจำหน่าย) Dual Pixel CMOS AF รองรับการใช้งานทัชออโต้โฟกัส และออโต้โฟกัสตรวจจับใบหน้า  รองรับการใช้งาน Canon Log 2 และ 3  บันทึกเสียงได้ 4 Channel  รองรับ Custom User LUTs ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ลิงค์สำหรับดูวิดีโอแนะนำผลิตภัณฑ์ https://youtu.be/rLMcmwA1PLg ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​  ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​  ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​   ​​​​​​​​​​​​​​

อ่านเพิ่มเติม
แคนนอนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม  บริจาคปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าให้มูลนิธิกระจกเงา

แคนนอนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม บริจาคปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าให้มูลนิธิกระจกเงา

12 ก.พ. 2020 — แคนนอนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม บริจาคปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าให้มูลนิธิกระจกเงา ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ส่งมอบปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าที่ได้รับบริจาคจากพนักงานกว่า 2,000 ชิ้น ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา เพื่อให้ทางมูลนิธินำไปส่งมอบต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ หรือจำหน่ายระดมทุนและนำไปใช้กับกิจกรรมต่างๆต่อไป  โดยโครงการนี้ได้เปิดรับบริจาคปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าจากพนักงานตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 – เดือนมกราคม 2563 ภายใต้การดำเนินงานของแผนก QEHS เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักในเรื่องการนำของใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่การลดปริมาณขยะและการรักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงาน ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​

แคนนอน เข้าใจความต้องการของผู้ใช้พรินเตอร์ เปิดบริการใหม่รับ-ส่งเครื่องพรินเตอร์เพื่อซ่อม ตั้งแต่วันนี้ - มีนาคม 63

แคนนอน เข้าใจความต้องการของผู้ใช้พรินเตอร์ เปิดบริการใหม่รับ-ส่งเครื่องพรินเตอร์เพื่อซ่อม ตั้งแต่วันนี้ - มีนาคม 63

06 ก.พ. 2020 — แคนนอน เข้าใจความต้องการของผู้ใช้พรินเตอร์ เปิดบริการใหม่รับ-ส่งเครื่องพรินเตอร์เพื่อซ่อม ตั้งแต่วันนี้ - มีนาคม 63 ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ แคนนอน เพิ่มความสะดวกเพื่อตอบสนองไลฟ์ไตล์ผู้ใช้พรินเตอร์ยุคนี้ ทดลองเปิดบริการเดลิเวอรี่เซอร์วิสใหม่ รับ-ส่งซ่อมพรินเตอร์ของ Canon เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงทดลองเริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2563 โดยมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 300 บาท สำหรับเครื่องในประกัน และ 500 บาทสำหรับเครื่องนอกประกัน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดบริการเดลิเวอรี่เซอร์วิสได้ที่ Canon Call Center โทร. 0-2344-9988 ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 -16.00 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือทาง Line @canonthailand หรือดูรายละเอียดเกี่ยวกับพรินเตอร์ที่ร่วมรายการและเงื่อนไขต่างๆ ได้​​​​​​​ที่นี่

แคนนอน เปิดตัว EOS-1D X Mark III สุดยอดกล้องฟูลเฟรมขั้นเทพ ที่สามารถถ่ายวิดีโอ 4K โดยไม่ต้องครอป พร้อมฟีเจอร์ใหม่มากมาย เพื่อคุณภาพสูงสุดของภาพนิ่งและวิดีโอ

แคนนอน เปิดตัว EOS-1D X Mark III สุดยอดกล้องฟูลเฟรมขั้นเทพ ที่สามารถถ่ายวิดีโอ 4K โดยไม่ต้องครอป พร้อมฟีเจอร์ใหม่มากมาย เพื่อคุณภาพสูงสุดของภาพนิ่งและวิดีโอ

23 ม.ค. 2020 — แคนนอน เปิดตัว EOS-1D X Mark III สุดยอดกล้องฟูลเฟรมขั้นเทพที่สามารถถ่ายวิดีโอ 4K โดยไม่ต้องครอป พร้อมฟีเจอร์ใหม่มากมายเพื่อคุณภาพสูงสุดของภาพนิ่งและวิดีโอ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​   แคนนอน เปิดตัวกล้อง EOS-1D X Mark III ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักถ่ายภาพระดับมืออาชีพที่ต้องการคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด มาพร้อมเซ็นเซอร์ฟูลเฟรม CMOS 35 มม. ความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผลภาพรุ่นใหม่ DIGIC X เพื่องานภาพถ่ายคุณภาพสูงสุดในสถานการณ์ที่หลากหลาย ถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 20 ภาพต่อวินาที ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงได้ถึงระดับ 4K 60p และมีเทคโนโลยีออโต้โฟกัส Dual Pixel CMOS AF เป็นกล้อง DSLR เรือธงของแคนนอนทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความหลากหลายและความสะดวกในการใช้งาน สามารถเป็นกล้องคู่ใจนักถ่ายภาพมืออาชีพประสบการณ์สูงไปจนถึงมือสมัครเล่นระดับก้าวหน้า         ฟีเจอร์เด่นของ Canon EOS-1D X Mark III ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​เซ็นเซอร์ภาพ CMOS รุ่นใหม่ ขนาดฟูลเฟรม 35 มม. ความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซล ความเร็วถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 16 ภาพต่อวินาทีในโหมดช่องมองภาพ และสูงสุด 20 ภาพต่อวินาทีในโหมด Live View พร้อมระบบโฟกัสและตั้งค่าแสงอัตโนมัติเมื่อติดตามวัตถุ (AF/AE tracking) ชิปประมวลผลภาพ DIGIC X  และช่องใส่การ์ด CFexpress 2 ช่อง ช่วยเพิ่ม burst rate ได้ถึง 1,000 ภาพ ได้ทั้งฟอร์แมต RAW และ JPEG เซ็นเซอร์ AF ใหม่ พร้อมระบบ AI Servo AF IV ช่วยเพิ่มความเร็วออโต้โฟกัสและประสิทธิภาพในการติดตามวัตถุ ถ่ายวิดีโอคุณภาพระดับ 4K UHD และ 4K DCI 60p/50p รองรับ Canon Log 4:2:2 10-bit  บันทึกวิดีโอในฟอร์แมต RAW 5.5K และ MP4 ได้พร้อมกันในตัวกล้อง  มี Bluetooth, GPS และ Wi-Fi สำหรับถ่ายโอนภาพและวิดีโอ รองรับ 5Ghz wireless LAN และ 2x2 MIMO เมื่อใช้ร่วมกับอุปกรณ์ส่งไฟล์ไร้สาย WFT-E9A  ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​ สุดยอดกล้องจากตระกูล EOS โดดเด่นด้วยความเร็วและประสิทธิภาพขั้นสุด ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        Canon EOS-1D X Mark III มาพร้อมเซ็นเซอร์ AF ความละเอียดสูงรุ่นใหม่ที่พิกเซลมีขนาดเล็กลงและมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นทั้งแนวตั้งและแนวนอนถึง 28 เท่า ทำให้จุดโฟกัสอัตโนมัติเพิ่มขึ้นจาก 61 จุดในกล้องรุ่นก่อน (EOS-1D X Mark II) มาเป็น 191 จุด (ในโหมดช่องมองภาพ) และความเร็วในการประมวลผลยังเพิ่มขึ้นถึง 40 เท่า จึงสามารถตรวจจับและติดตามวัตถุได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จำนวนพิกเซลที่เพิ่มขึ้นยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการโฟกัส จุดโฟกัสทั้ง 191 จุดสามารถรองรับค่ารูรับแสงได้ถึง f/8 ทั่วบริเวณโฟกัส โดยมีจุดโฟกัสแบบ cross-type 65 จุด กล้องรุ่นนี้จึงใช้ได้ดีกับอุปกรณ์ต่อขยายระยะเลนส์ในการถ่ายภาพสัตว์ป่าหรือกีฬา         และด้วยเซ็นเซอร์ CMOS ที่เสริมประสิทธิภาพการลดสัญญาณรบกวนด้วยชิปประมวลผล DIGIC X ทำให้ใช้ค่าความไวแสงได้สูงถึง ISO 102400 และทำให้ภาพถ่ายในช่วง ISO 6400-12800 ที่มักใช้ในการถ่ายภาพกีฬาหรือภาพข่าวมีคุณภาพดีขึ้น กล้องรุ่นนี้ยังมีชิปประมวลผล DIGIC 8 ที่ใช้ในการควบคุมออโต้โฟกัสและเซ็นเซอร์วัดแสง RGB+IR ความละเอียด 400,000 พิกเซล อีกทั้งมี Low-pass filter 16 จุด พัฒนาใหม่ ช่วยลดการเกิดภาพลวงตา (moiré) และความเพี้ยนของสี รวมถึงทำให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น ในฟิลเตอร์นี้ยังมีฟิลเตอร์ Gaussian ที่ช่วยในการใช้งานกับเลนส์ความละเอียดสูง         ฟีเจอร์ใหม่ใน EOS-1D X Mark III คือ HDR PQ HEIF ซึ่งเป็นมาตรฐานการบันทึกภาพนิ่งที่ให้รายละเอียดคมชัดและใกล้เคียงของจริงมากกว่ามาตรฐานการบันทึกภาพความละเอียดสูงแบบอื่น ไฟล์ HEIF สามารถแปลงเป็นไฟล์ JPEG ที่มีคุณภาพระดับ HDR PQ ได้อย่างง่ายดายในตัวกล้องหรืออุปกรณ์อื่นโดยใช้โปรแกรม Digital Photo Professional จึงไม่จำเป็นต้องนำไฟล์ภาพ RAW มาตกแต่งและปรับแกมม่า ลดขั้นตอนในการปรับแต่งภาพจากไฟล์ RAW โดยเฉพาะภาพที่มีคอนทราสต์จัดหรือมีสีที่คล้ายกันปะปนกันอยู่         Canon EOS-1D X Mark III ยังมีฟังก์ชันปรับความชัด (Clarity) ของภาพ ซึ่งสามารถปรับใช้ในการถ่ายภาพคนให้ผิวดูละมุนละไม หรือเพิ่มความคมชัดในการถ่ายภาพโลหะหรือภาพวิวได้กล้องรุ่นนี้ถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 16 ภาพต่อวินาที โดยใช้ระบบกระจกสะท้อนภาพใหม่ที่สามารถปรับกระจกได้ด้วยความเร็วสูงและแสดงภาพแต่ละช็อตได้แบบเรียลไทม์ ช่วยลดปัญหาจอมืดของช่องมองภาพขณะถ่ายภาพต่อเนื่อง และทำให้กล้องสามารถติดตามวัตถุเคลื่อนที่ผ่านทางช่องมองภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น         สำหรับการถ่ายภาพในโหมด Live View กล้องสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 20 ภาพต่อวินาที ทั้งในฟอร์แมต RAW และ Raw + JPEG โดยสามารถตั้งค่าโฟกัสและการรับแสงได้ในโหมด AF/AE tracking พื้นที่ effective AF ในโหมดนี้ยังกว้างกว่าในโหมดช่องมองภาพ สูงสุด 525 ส่วน         กล้องรุ่นนี้สามารถโฟกัสได้ดีแม้ในที่แสงน้อยระดับ EV-6 มีระบบตรวจจับดวงตาและศีรษะ สามารถติดตามโฟกัสบุคคลได้อย่างยอดเยี่ยม โดยกล้องจะตรวจจับดวงตาอยู่เสมอแม้ถ่ายภาพต่อเนื่อง จึงโฟกัสได้อย่างแม่นยำสูง และสามารถเลือกจุดโฟกัสได้ถึง 3,869 จุด อีกทั้งในโหมดช่องมองภาพยังมีระบบโฟกัส AI Servo AF IV ให้ความแม่นยำและมั่นคงในการโฟกัสสำหรับการถ่ายภาพสิ่งที่เคลื่อนไหว มาพร้อมช่องใส่การ์ด CFexpress 2 ช่อง และถ่ายวิดีโอ 4K ได้โดยไม่ต้องครอป ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        Canon EOS-1D X Mark III มาพร้อมช่องใส่การ์ด CFexpress 2 ช่อง ช่วยในการถ่ายโอนข้อมูลอย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีหน่วยความจำบัฟเฟอร์เพิ่มขึ้น จึงมี burst rate สูงถึง 1,000 ภาพ (RAW) ซึ่งสูงกว่ากล้องรุ่นก่อนคือ EOS-1D X Mark II ถึง 5 เท่า จึงสามารถถ่ายภาพต่อเนื่อง 16 ภาพต่อวินาที ต่อเนื่องได้ถึง 1 นาที เมื่อเทียบกับ EOS-1D X Mark II ที่ถ่ายภาพต่อเนื่อง 14 ภาพต่อวินาทีได้เพียง 12 วินาที         EOS-1D X Mark III ยังเป็นกล้องฟูลเฟรมของแคนนอนรุ่นแรกที่สามารถถ่ายวิดีโอ 4K แบบไม่ต้องครอป โดยรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K UHD (3840 x 2160, 16:9) ที่เหมาะกับการถ่ายรายการทีวีหรือออนไลน์ และวิดีโอ 4K DCI (4096 x 2160, 17:9) ที่เป็นมาตรฐานสำหรับการถ่ายภาพยนตร์ อีกทั้งมี Canon Log ที่รองรับการเข้ารหัส H.265 HEVC ที่ให้ความละเอียดของสีที่สดใสและทำให้ไฟล์มีขนาดเล็ก มีช่องต่อ HDMI 4K 60p/Canon Log 10-bit ในการส่งวิดีโอ 4K ไปยังอุปกรณ์อื่นเพื่อรับชมหรือบันทึกวิดีโอ รองรับ Canon Log YCbCr 4:2:2 10-bit  และ ITU-R BT.2020 จึงสามารถถ่ายวิดีโอที่มีไดนามิคเรนจ์สูงและสีสันสดชัด รวมถึงสามารถบันทึกวิดีโอ 5.5K 60p RAW ที่มีความละเอียดสูง ผู้ใช้จึงสามารถถ่ายวิดีโอ HDR รวมถึงวิดีโอที่มีคอนทราสต์สูงหรือต้องการการตัดต่อขั้นสูง อีกทั้งสามารถถ่ายวิดีโอ Full HD 120p/100p ได้           ฟังก์ชันออโต้โฟกัสส่วนใหญ่ที่ใช้ในการถ่ายภาพนิ่งในโหมด Live View ยังสามารถใช้ในการถ่ายวิดีโอได้ด้วย โดยผู้ใช้เพียงแตะปุ่มเปลี่ยนสลับระหว่างการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับการใช้ฟังก์ชันออโต้โฟกัสในโหมดช่องมองภาพจึงสามารถทำความคุ้นเคยกับการใช้ฟังก์ชันดังกล่าวในการถ่ายวิดีโอได้ไม่ยาก เพิ่มฟังก์ชันการเชื่อมต่อและความเร็วในการถ่ายโอนไฟล์ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        ​​​​​​​EOS-1D X Mark III รองรับการระบุตำแหน่งด้วย GPS เพื่อความสะดวกของช่างภาพในการบันทึกข้อมูลสถานที่ถ่ายภาพและการจัดระเบียบไฟล์ และสามารถถ่ายโอนไฟล์ด้วยความเร็วระดับ SuperSpeed Plus USB (USB 3.1 Gen 2) จึงสามารถถ่ายโอนไฟล์ผ่านสาย USB ไปยังคอมพิวเตอร์ได้เร็วกว่ากล้องรุ่นก่อน มีระบบเชื่อมต่อ Wi-Fi และฟังก์ชันสำหรับการถ่ายโอนข้อมูล หรือถ้าต้องการส่งข้อมูลอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นก็สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ส่งไฟล์ไร้สาย WFT-E9A ที่รองรับความถี่ Dual Band (2.4GHz/5GHz) และ MIMO         โครงสร้างหลักของกล้องทำจากแมกนีเซียมอัลลอยที่มีความแข็งแรงทนทานและน้ำหนักเบา พร้อมซีลกันละอองน้ำและฝุ่น ชัตเตอร์มีอายุการใช้งานประมาณ 500,000 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีปุ่ม AF-ON ที่มีเซ็นเซอร์ออปติคัลในตัว สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ จึงสามารถใช้เลือกจุดโฟกัสได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งมีจอทัชสกรีน LCD ความละเอียดสูง 2.1 ล้านจุด ให้ภาพคมชัด รองรับการใช้งานเมนูและดูภาพที่ถ่ายไว้ ปุ่มบนตัวกล้องเรืองแสงได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานในที่มืด ช่องมองภาพปรับปรุงใหม่แสดงข้อมูลสำคัญด้วยตัวอักษรสีแดง เพื่อให้มองเห็นได้ง่ายทั้งในที่มืดและกลางแจ้ง โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานออโต้โฟกัส อุปกรณ์เสริมสำหรับควบคุมกล้องระยะไกล ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        พร้อมกันนี้แคนนอนได้เปิดตัวชุดอุปกรณ์โรโบติกควบคุมกล้องระยะไกล CR-S700R สำหรับการถ่ายภาพนิ่งด้วยกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ ชุดอุปกรณ์ประกอบด้วยส่วนหัวที่ใช้ควบคุมการแพนกล้อง/ปรับกล้องขึ้น-ลง/หมุนและซูม และ IP Camera Controller (CR-G100) สำหรับควบคุมการเชื่อมต่อกับกล้องและคอมพิวเตอร์นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์ Camera Remote Application (CR-A100) สำหรับการดูภาพในโหมด Live View และใช้สั่งการกล้องจากระยะไกลได้หลายตัวพร้อมกัน​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​         Canon EOS-1D X Mark III จะเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายแคนนอนทั่วประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.canon​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​