ใหม่
ใหม่
ใหม่

imagePRESS C165

Whether you are an SME, creative agency, copy shop or work in an in-house print environment, this printer easily gives office functionality and professional quality to broaden your print capabilities. The intuitive solution for driving customer engagement.
ดูสินค้า

ข่าวประชาสัมพันธ์

แคนนอน ฉลองเป็นผู้นำตลาดโลก กลุ่มผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ 17 ปีซ้อน

31 มี.ค. 2020 — แคนนอน ฉลองเป็นผู้นำตลาดโลก กลุ่มผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ 17 ปีซ้อน แคนนอน ครองเจ้าตลาดกล้องดิจิตอลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ (กล้องดีเอสแอลอาร์และกล้องมิลเลอร์เลส) โดยมีส่วนแบ่งการตลาดโลกสูงสุดอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นเวลา 17 ปี [1]  ตั้งแต่ปี 2546 ถึงปี 2562​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​นาย นิฐิวัฒน์ วัจนวรานันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์อิมเมจจิ้งคอมมูนิเคชั่น เปิดเผยว่า แคนนอนได้พัฒนาชิ้นส่วนและระบบทำงานของการถ่ายภาพที่สำคัญรวมไว้ในกล้องชนิดถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ตระกูล  EOS ซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์รับภาพ CMOS โปรเซสเซอร์ภาพ และเลนส์ชนิดถอดเปลี่ยนได้ ภายใต้แนวคิดหลัก “Speed, Comfort and High Image Quality คือ ต้องเร็ว ต้องใช้สบาย และต้องได้ภาพคุณภาพสูง” รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตั้งแต่กล้องรุ่นโปรสำหรับมืออาชีพ ที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างสูงในกลุ่มช่างภาพมืออาชีพ ไปจนถึงกล้องรุ่นเริ่มต้นที่ใช้งานง่ายและให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพที่มีคุณภาพสูง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ในช่วงยุคเริ่มต้นของกล้องดีเอสแอลอาร์ แคนนอนได้เปิดตัวกล้องที่เป็นที่สุดแห่งยุค Canon EOS 300D (EOS Digital Rebel หรือ EOS Kiss Digital) ในเดือนกันยายน 2546 จัดเป็นกล้องที่แตกต่างจากกล้องที่เคยมีมา ในราคาที่สามารถแข่งขันกับตลาดได้และถูกออกแบบให้มีความกะทัดรัด น้ำหนักเบา จึงทำให้เป็นกล้องที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดโลกของกล้องดีเอสแอลอาร์ในอันดับต้นๆ และถูกวางเป็นมาตารฐานการเติบโตในตลาด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแคนนอนได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกล้องระดับมืออาชีพอย่างรุ่น EOS 1D และรุ่น EOS 5D ซึ่งปูทางไว้สำหรับกล้องดีเอสแอลอาร์ให้สามารถบันทึกวิดีโอได้อีกด้วย​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ จากนั้น แคนนอนเปิดตัวกล้องมิลเลอร์เลสระบบ EOS R system ผ่านแนวคิด ‘New Possibilities for Photographic Expression - ความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด’ ในเดือนตุลาคม 2561 รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R และเลนส์ RF ซึ่งยกระดับเทคโนโลยีออพติคอลของแคนนอนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการช่วยเติมเต็มและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกล้องแคนนอนในระบบ EOS​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​และในปี 2562 แคนนอนได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์​​​​​​​ [​​​​​​​2]  ที่น่าสนใจมากมาย อย่างกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS RP (เดือนมีนาคม) และกล้องดีเอสแอลอาร์ EOS 90D (เดือนกันยายน) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมนั้น แคนนอนยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดโลกเป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 17 ปีซ้อน​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ปัจจุบัน แคนนอนกำลังพัฒนากล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R5 ที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ฟูลเฟรม CMOS ที่พัฒนาขึ้นใหม่ร่วมกับการถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง สำหรับภาพนิ่งและการบันทึกวิดีโอ 8K นอกจากนั้นยังกำลังพัฒนาเลนส์ RF ทั้งหมด 9 รุ่น รวมถึง รุ่น RF100-500mm F4.5-7.1 L IS USM และวางแผนที่จะวางจำหน่ายในปี 2563​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ในอนาคต แคนนอน จะยังคงใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีออพติคัลเป็นหัวใจสำคัญในต่อยอดเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่หลากหลายให้ดียิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาระบบ EOS System ทั้งกล้องดีเอสแอลอาร์และกล้องมิเรอร์เลสของแคนนอนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นับเป็นการเปิดมิติใหม่ให้การถ่ายภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย และเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการถ่ายภาพและวิดีโอให้เป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​ [1] จากการสำรวจของแคนนอน​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​[2] แคนนอนเปิดตัวกล้องแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ทั้งหทด 6 รุ่น ในปี 2562 : EOS RP (มีนาคม) Canon EOS 200D II (เมษายน), EOS 90D (กันยายน), EOS M6 Mark II (กันยายน) EOS M200 (ตุลาคม), EOS-Ra (ธันวาคม)

อ่านเพิ่มเติม
แคนนอน ให้บริการรับส่งซ่อมพรินเตอร์ และกล้อง รองรับการทำงานแบบ Work from home ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19)

แคนนอน ให้บริการรับส่งซ่อมพรินเตอร์ และกล้อง รองรับการทำงานแบบ Work from home ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19)

27 มี.ค. 2020 — แคนนอน ให้บริการรับส่งซ่อมพรินเตอร์ และกล้อง รองรับการทำงานแบบ Work from home ตามมาตร การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​        แคนนอน พร้อมให้บริการ Canon Delivery Service รับส่งสินค้า ซ่อมทั้งพรินเตอร์ กล้อง และเลนส์ รวมถึงบริการซ่อมพรินเตอร์ที่บ้านหรือสำนักงานแบบ on-site service ในเขตกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และธุรกิจที่ต้องทำงานแบบ Work From Home  ในช่วงที่มีมาตราการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า(Covid-19) โดยอัตราค่าบริการส่งซ่อมพรินเตอร์ขึ้นอยู่กับระยะประกัน และอัตราค่าบริการส่งซ่อมกล้อง ขึ้นอยู่กับประเภทการขอรับบริการ เริ่มต้นที่ 200 บาท (ปรับลดจากอัตราปกติ) ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. – 30 มิ.ย. 2563  โดยแคนนอนได้เพิ่มมาตราการ ในการรักษาความสะอาดเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ด้วยการทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ที่เข้ารับบริการซ่อมทุกชิ้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลลกอฮอลล์ การกำหนดให้พนักงานซ่อมบำรุงทุกคนต้องสวมถุงมือและหน้ากากอนามัยตลอดการปฏิบัติงานซ่อม ทั้งในห้องปฏิบัติการทางเทคนิคที่สำนักงานใหญ่ และเมื่อให้บริการนอกสถานที่  การวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานซ่อมบำรุงทุกคน รวมถึงการทำความสะอาดเครื่องมือซ่อมบำรุงด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่สนใจใช้บริการดังกล่าว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Canon Call Center 0-2344-9988 หรือ Line @Canon Thailand ​​​​​​​        อนึ่ง เพื่อตอบรับมาตราการการหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า(covid-19) ของภาครัฐฯ ทางบริษัท แคนนอนฯ มีความจำเป็นต้องปิดการให้บริการลูกค้าทั่วไป ณ ศูนย์บริการแคนนอนทุกสาขาเป็นการชั่วคราว เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 25 มีนาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2563 นี้​​​​

แคนนอน ครองใจผู้ใช้พรินเตอร์ คว้ารางวัล Thailand’s  Most Admired Brand 2020  ต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน

แคนนอน ครองใจผู้ใช้พรินเตอร์ คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2020 ต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน

12 มี.ค. 2020 — แคนนอน ครองใจผู้ใช้พรินเตอร์ คว้ารางวัล Thailand’s  Most Admired Brand 2020  ต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน   ​​​​​​​        นายคมสันห์ ฤกษ์สุทธิวิเศษ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ซิสเต็ม (พรินเตอร์) บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เข้ารับรางวัลแบรนด์ครองใจมหาชน “2020 Thailand’s Most Admired Brand” โดยในปีนี้ แคนนอนยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในหมวดผลิตภัณฑ์ไอทีและดิจิทัลกลุ่มพรินเตอร์    จากผลการสำรวจโดยนิตยสารแบรนด์เอจ มาอย่างต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดพรินเตอร์อิงก์เจ็ทอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่องถึง 19 ปีซ้อน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้และออฟฟิศยุคใหม่ พิมพ์งานได้หลากหลาย เชื่อมต่อได้อย่างอิสระช่วยให้ธุรกิจคล่องตัว ภายใต้แนวคิด Business Can Be Simple งานมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นที่ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว เมื่อเร็วๆ นี้​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

แคนนอน เปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM  เลนส์ซูมอเนกประสงค์ตัวเล็กน้ำหนักเบา ความสามารถรอบด้าน อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R

แคนนอน เปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM เลนส์ซูมอเนกประสงค์ตัวเล็กน้ำหนักเบา ความสามารถรอบด้าน อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R

12 มี.ค. 2020 — แคนนอน เปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM  เลนส์ซูมอเนกประสงค์ตัวเล็กน้ำหนักเบา ​​​​ความสามารถรอบด้าน อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​แคนนอนเสริมความแข็งแกร่งให้ผลิตภัณฑ์ในตระกูล EOS R ด้วยการเปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM เลนส์ซูมมาตรฐานขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เมาท์ RF ครอบคลุมทางยาวโฟกัส 24-105 มม. ถ่ายภาพได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นมาโคร ภาพซูมจากระยะไกล ไปจนถึงวิดีโอ ให้ภาพถ่ายคุณภาพสูง พร้อมระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูงและไหลลื่นด้วยมอเตอร์โฟกัส STM แบบ Lead-screw มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Dual Sensing IS สูงสุด 5 สต็อป สำหรับภาพนิ่ง และ Combination IS สำหรับวิดีโอ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่กำลังมองหาเลนส์คุณภาพสูงที่สามารถพกพาไปได้ในทุกวัน RF24-105mm F4-7.1 IS STM มีขนาดเล็กและเบากว่าเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสเท่ากันอย่าง EF24-105mm F3.5-5.6 IS STM โดยสั้นกว่า 15.2 มม. และเบากว่า 130 กรัม ให้สมดุลที่ดีเยี่ยมเมื่อใช้กับกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R การเป็นเลนส์ที่ใช้กับเมาท์ RF ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างและระยะแบ็คโฟกัสสั้น ประกอบกับโครงสร้างภายในที่ชิ้นเลนส์หลังสุดมีขนาดใหญ่กว่าในเลนส์คิทของกล้องฟูลเฟรมทั่วไป ทำให้ RF24-105mm F4-7.1 IS STM ให้ภาพคุณภาพสูงและมีขนาดกะทัดรัดขึ้น เลนส์รุ่นนี้มีความเร็วออโต้โฟกัสสูงสุดในบรรดาเลนส์ตระกูล RF จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการควบคุม actuator รวมถึงการใช้เลนส์โฟกัสที่มีขนาดเล็กและเบา และมอเตอร์โฟกัส STM แบบ lead-screw ที่ทำให้สามารถเคลื่อนโฟกัสได้ฉับไวและราบรื่นยิ่งขึ้น เมื่อใช้ร่วมกับระบบออโต้โฟกัส Dual Pixel CMOS AF ของกล้องตระกูล EOS R จะได้การโฟกัสที่เร็วและแม่นยำสูง สามารถติดตามถ่ายภาพตัวแบบเคลื่อนที่เร็วได้โดยไม่พลาดจังหวะที่ต้องการ ทั้งยังทำงานเงียบ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอที่ไม่ต้องการเสียงรบกวน  ภายในเลนส์ RF24-105mm F4-7.1 IS STM กลุ่มเลนส์ด้านหลังซึ่งร่วมถึงกลุ่มเลนส์โฟกัสยังได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมีระยะโฟกัสใกล้สุด 0.2 เมตร สำหรับระยะมุมกว้างสุด และ 0.34 เมตร สำหรับระยะเทเลโฟโต้สูงสุด จึงสามารถถ่ายภาพระยะใกล้และมาโครได้อย่างง่ายดาย และเมื่อใช้โหมด Centre Focus Macro กับโฟกัสแบบแมนนวล ระยะถ่ายภาพใกล้สุดหรือระยะห่างจากระนาบโฟกัสถึงตัวแบบที่มุมกว้างสุดจึงลดลงจาก 20 ซม. เหลือเพียง 13 ซม. พร้อมกำลังขยายสูงสุด 0.5 เท่า ผู้ใช้จึงสามารถถ่ายภาพโดยที่ปลายกระบอกเลนส์อยู่ห่างจากตัวแบบเพียง 2.5 ซม. ทำให้ถ่ายภาพตัวแบบขนาดเล็กจากระยะใกล้ได้สะดวก ด้วยการสื่อสารที่รวดเร็วระหว่างกล้องกับเลนส์ผ่านเมาท์ RF ประสิทธิภาพสูง ระบบป้องกันภาพสั่นไหวจึงทำงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น RF24-105mm F4-7.1 IS STM มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Dual Sensing IS สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง ตรวจจับการสั่นด้วยเซ็นเซอร์ไจโรในเลนส์และข้อมูลจากเซ็นเซอร์ CMOS ในกล้อง จึงสามารถตรวจจับและแก้ไขการสั่นความถี่ต่ำ เช่น การเคลื่อนไหวของร่างกายจากการหายใจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันภาพสั่นไหวได้เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 5 สต็อป (ตามมาตรฐาน CIPA เมื่อใช้กับกล้อง EOS R และทางยาวโฟกัส 105 มม.) ส่วนการถ่ายวิดีโอมี Combination IS ที่ใช้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัลในเลนส์ ร่วมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบดิจิทัล 5 แกนในกล้อง (Movie Digital IS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขความสั่น (เมื่อใช้ Movie Digital IS มุมภาพจะแคบลงเล็กน้อย)   RF24-105mm F4-7.1 IS STM มาพร้อมวงแหวนควบคุมที่ใช้เป็นวงแหวนโฟกัสได้ด้วยเพียงเลื่อนปุ่มปรับการทำงาน โดยเมื่อปรับเป็นวงแหวนควบคุมจะสามารถปรับตั้งค่าฟังก์ชันที่ใช้บ่อย เช่น ความเร็วชัตเตอร์ ค่ารูรับแสง และปรับได้อย่างเงียบเชียบต่างจากวงแหวนควบคุมของเลนส์รุ่นอื่นๆ อีกทั้งข้อมูลจากเลนส์ เช่น โฟกัส ซูม ค่ารูรับแสง การป้องกันภาพสั่นไหว จะถูกส่งมาแสดงที่ตัวกล้องได้อย่างฉับไวผ่านเมาท์ RF ที่ทำจากโลหะพร้อมขั้วสัมผัสไฟฟ้า 12 จุด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่างกล้องกับเลนส์    เลนส์แคนนอน RF24-105mm F4-7.1 IS STM เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายแคนนอนทั่วประเทศ ​​​​​​​ ​​​​​​​