ใหม่
ใหม่

EOS 200D II (EF-S 18-55mm f/4-5.6 IS STM)

EOS 200D II คือกล้อง DSLR ที่เบาที่สุดของแคนนอน ด้วยหน้าจอ LCD หมุนได้แบบทัชสกรีน ด้วยน้ำหนักที่มากกว่าขวดน้ำเพียงเล็กน้อย ตัวกล้องสามารถใส่ในกระเป๋าได้พกพาได้สะดวกสำหรับการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน ตัวกล้องประกอบด้วยเซนเซอร์ APS-C CMOS ความละเอียด 24.1 ล้านพิกเซล ระบบประมวลผล DIGIC 8 และฟีเจอร์อื่นๆ ที่จะทำให้การถ่ายภาพในทุกวันของคุณเป็นเรื่องง่ายๆ และไร้ขีดจำกัด นับเป็นครั้งแรกในการรวมเอาฟีเจอร์ผิวเรียบเนียนและครีเอทีฟ แอซซิสเข้าไว้กับ EOS DLSR ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เอฟเฟกต์ที่ต้องการบนภาพของคุณและถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างง่ายดาย เชื่อมต่อกับบลูธูทโดยใช้พลังงานไม่มากและส่งภาพถ่ายไปยังมือถือของคุณผ่าน Wi-Fi เพื่อแบ่งปันภาพเหล่านั้น EOS 200D II ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยด้ามจับที่ลึกและการจัดวางหน้าปัดฟังก์ชั่นต่างๆ ให้สะดวกต่อการใช้งานในสีดำ สีเงิน และสีขาว
ดูสินค้า

ข่าวประชาสัมพันธ์

แคนนอน ฉลองเป็นผู้นำตลาดโลก กลุ่มผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ 17 ปีซ้อน

31 มี.ค. 2020 — แคนนอน ฉลองเป็นผู้นำตลาดโลก กลุ่มผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ 17 ปีซ้อน แคนนอน ครองเจ้าตลาดกล้องดิจิตอลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ (กล้องดีเอสแอลอาร์และกล้องมิลเลอร์เลส) โดยมีส่วนแบ่งการตลาดโลกสูงสุดอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นเวลา 17 ปี [1]  ตั้งแต่ปี 2546 ถึงปี 2562​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​นาย นิฐิวัฒน์ วัจนวรานันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์อิมเมจจิ้งคอมมูนิเคชั่น เปิดเผยว่า แคนนอนได้พัฒนาชิ้นส่วนและระบบทำงานของการถ่ายภาพที่สำคัญรวมไว้ในกล้องชนิดถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ตระกูล  EOS ซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์รับภาพ CMOS โปรเซสเซอร์ภาพ และเลนส์ชนิดถอดเปลี่ยนได้ ภายใต้แนวคิดหลัก “Speed, Comfort and High Image Quality คือ ต้องเร็ว ต้องใช้สบาย และต้องได้ภาพคุณภาพสูง” รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตั้งแต่กล้องรุ่นโปรสำหรับมืออาชีพ ที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างสูงในกลุ่มช่างภาพมืออาชีพ ไปจนถึงกล้องรุ่นเริ่มต้นที่ใช้งานง่ายและให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพที่มีคุณภาพสูง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ในช่วงยุคเริ่มต้นของกล้องดีเอสแอลอาร์ แคนนอนได้เปิดตัวกล้องที่เป็นที่สุดแห่งยุค Canon EOS 300D (EOS Digital Rebel หรือ EOS Kiss Digital) ในเดือนกันยายน 2546 จัดเป็นกล้องที่แตกต่างจากกล้องที่เคยมีมา ในราคาที่สามารถแข่งขันกับตลาดได้และถูกออกแบบให้มีความกะทัดรัด น้ำหนักเบา จึงทำให้เป็นกล้องที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดโลกของกล้องดีเอสแอลอาร์ในอันดับต้นๆ และถูกวางเป็นมาตารฐานการเติบโตในตลาด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแคนนอนได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกล้องระดับมืออาชีพอย่างรุ่น EOS 1D และรุ่น EOS 5D ซึ่งปูทางไว้สำหรับกล้องดีเอสแอลอาร์ให้สามารถบันทึกวิดีโอได้อีกด้วย​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ จากนั้น แคนนอนเปิดตัวกล้องมิลเลอร์เลสระบบ EOS R system ผ่านแนวคิด ‘New Possibilities for Photographic Expression - ความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด’ ในเดือนตุลาคม 2561 รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R และเลนส์ RF ซึ่งยกระดับเทคโนโลยีออพติคอลของแคนนอนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการช่วยเติมเต็มและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกล้องแคนนอนในระบบ EOS​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​และในปี 2562 แคนนอนได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์​​​​​​​ [​​​​​​​2]  ที่น่าสนใจมากมาย อย่างกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS RP (เดือนมีนาคม) และกล้องดีเอสแอลอาร์ EOS 90D (เดือนกันยายน) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมนั้น แคนนอนยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดโลกเป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 17 ปีซ้อน​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ปัจจุบัน แคนนอนกำลังพัฒนากล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R5 ที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ฟูลเฟรม CMOS ที่พัฒนาขึ้นใหม่ร่วมกับการถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง สำหรับภาพนิ่งและการบันทึกวิดีโอ 8K นอกจากนั้นยังกำลังพัฒนาเลนส์ RF ทั้งหมด 9 รุ่น รวมถึง รุ่น RF100-500mm F4.5-7.1 L IS USM และวางแผนที่จะวางจำหน่ายในปี 2563​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ในอนาคต แคนนอน จะยังคงใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีออพติคัลเป็นหัวใจสำคัญในต่อยอดเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่หลากหลายให้ดียิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาระบบ EOS System ทั้งกล้องดีเอสแอลอาร์และกล้องมิเรอร์เลสของแคนนอนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นับเป็นการเปิดมิติใหม่ให้การถ่ายภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย และเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการถ่ายภาพและวิดีโอให้เป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​ [1] จากการสำรวจของแคนนอน​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​[2] แคนนอนเปิดตัวกล้องแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ทั้งหทด 6 รุ่น ในปี 2562 : EOS RP (มีนาคม) Canon EOS 200D II (เมษายน), EOS 90D (กันยายน), EOS M6 Mark II (กันยายน) EOS M200 (ตุลาคม), EOS-Ra (ธันวาคม)

อ่านเพิ่มเติม
แคนนอน ให้บริการรับส่งซ่อมพรินเตอร์ และกล้อง รองรับการทำงานแบบ Work from home ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19)

แคนนอน ให้บริการรับส่งซ่อมพรินเตอร์ และกล้อง รองรับการทำงานแบบ Work from home ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19)

27 มี.ค. 2020 — แคนนอน ให้บริการรับส่งซ่อมพรินเตอร์ และกล้อง รองรับการทำงานแบบ Work from home ตามมาตร การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​        แคนนอน พร้อมให้บริการ Canon Delivery Service รับส่งสินค้า ซ่อมทั้งพรินเตอร์ กล้อง และเลนส์ รวมถึงบริการซ่อมพรินเตอร์ที่บ้านหรือสำนักงานแบบ on-site service ในเขตกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และธุรกิจที่ต้องทำงานแบบ Work From Home  ในช่วงที่มีมาตราการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า(Covid-19) โดยอัตราค่าบริการส่งซ่อมพรินเตอร์ขึ้นอยู่กับระยะประกัน และอัตราค่าบริการส่งซ่อมกล้อง ขึ้นอยู่กับประเภทการขอรับบริการ เริ่มต้นที่ 200 บาท (ปรับลดจากอัตราปกติ) ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. – 30 มิ.ย. 2563  โดยแคนนอนได้เพิ่มมาตราการ ในการรักษาความสะอาดเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ด้วยการทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ที่เข้ารับบริการซ่อมทุกชิ้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลลกอฮอลล์ การกำหนดให้พนักงานซ่อมบำรุงทุกคนต้องสวมถุงมือและหน้ากากอนามัยตลอดการปฏิบัติงานซ่อม ทั้งในห้องปฏิบัติการทางเทคนิคที่สำนักงานใหญ่ และเมื่อให้บริการนอกสถานที่  การวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานซ่อมบำรุงทุกคน รวมถึงการทำความสะอาดเครื่องมือซ่อมบำรุงด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่สนใจใช้บริการดังกล่าว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Canon Call Center 0-2344-9988 หรือ Line @Canon Thailand ​​​​​​​        อนึ่ง เพื่อตอบรับมาตราการการหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า(covid-19) ของภาครัฐฯ ทางบริษัท แคนนอนฯ มีความจำเป็นต้องปิดการให้บริการลูกค้าทั่วไป ณ ศูนย์บริการแคนนอนทุกสาขาเป็นการชั่วคราว เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 25 มีนาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2563 นี้​​​​

แคนนอน ครองใจผู้ใช้พรินเตอร์ คว้ารางวัล Thailand’s  Most Admired Brand 2020  ต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน

แคนนอน ครองใจผู้ใช้พรินเตอร์ คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2020 ต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน

12 มี.ค. 2020 — แคนนอน ครองใจผู้ใช้พรินเตอร์ คว้ารางวัล Thailand’s  Most Admired Brand 2020  ต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน   ​​​​​​​        นายคมสันห์ ฤกษ์สุทธิวิเศษ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ซิสเต็ม (พรินเตอร์) บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เข้ารับรางวัลแบรนด์ครองใจมหาชน “2020 Thailand’s Most Admired Brand” โดยในปีนี้ แคนนอนยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในหมวดผลิตภัณฑ์ไอทีและดิจิทัลกลุ่มพรินเตอร์    จากผลการสำรวจโดยนิตยสารแบรนด์เอจ มาอย่างต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดพรินเตอร์อิงก์เจ็ทอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่องถึง 19 ปีซ้อน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้และออฟฟิศยุคใหม่ พิมพ์งานได้หลากหลาย เชื่อมต่อได้อย่างอิสระช่วยให้ธุรกิจคล่องตัว ภายใต้แนวคิด Business Can Be Simple งานมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นที่ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว เมื่อเร็วๆ นี้​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

แคนนอน เปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM  เลนส์ซูมอเนกประสงค์ตัวเล็กน้ำหนักเบา ความสามารถรอบด้าน อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R

แคนนอน เปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM เลนส์ซูมอเนกประสงค์ตัวเล็กน้ำหนักเบา ความสามารถรอบด้าน อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R

12 มี.ค. 2020 — แคนนอน เปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM  เลนส์ซูมอเนกประสงค์ตัวเล็กน้ำหนักเบา ​​​​ความสามารถรอบด้าน อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​แคนนอนเสริมความแข็งแกร่งให้ผลิตภัณฑ์ในตระกูล EOS R ด้วยการเปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM เลนส์ซูมมาตรฐานขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เมาท์ RF ครอบคลุมทางยาวโฟกัส 24-105 มม. ถ่ายภาพได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นมาโคร ภาพซูมจากระยะไกล ไปจนถึงวิดีโอ ให้ภาพถ่ายคุณภาพสูง พร้อมระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูงและไหลลื่นด้วยมอเตอร์โฟกัส STM แบบ Lead-screw มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Dual Sensing IS สูงสุด 5 สต็อป สำหรับภาพนิ่ง และ Combination IS สำหรับวิดีโอ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่กำลังมองหาเลนส์คุณภาพสูงที่สามารถพกพาไปได้ในทุกวัน RF24-105mm F4-7.1 IS STM มีขนาดเล็กและเบากว่าเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสเท่ากันอย่าง EF24-105mm F3.5-5.6 IS STM โดยสั้นกว่า 15.2 มม. และเบากว่า 130 กรัม ให้สมดุลที่ดีเยี่ยมเมื่อใช้กับกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R การเป็นเลนส์ที่ใช้กับเมาท์ RF ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างและระยะแบ็คโฟกัสสั้น ประกอบกับโครงสร้างภายในที่ชิ้นเลนส์หลังสุดมีขนาดใหญ่กว่าในเลนส์คิทของกล้องฟูลเฟรมทั่วไป ทำให้ RF24-105mm F4-7.1 IS STM ให้ภาพคุณภาพสูงและมีขนาดกะทัดรัดขึ้น เลนส์รุ่นนี้มีความเร็วออโต้โฟกัสสูงสุดในบรรดาเลนส์ตระกูล RF จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการควบคุม actuator รวมถึงการใช้เลนส์โฟกัสที่มีขนาดเล็กและเบา และมอเตอร์โฟกัส STM แบบ lead-screw ที่ทำให้สามารถเคลื่อนโฟกัสได้ฉับไวและราบรื่นยิ่งขึ้น เมื่อใช้ร่วมกับระบบออโต้โฟกัส Dual Pixel CMOS AF ของกล้องตระกูล EOS R จะได้การโฟกัสที่เร็วและแม่นยำสูง สามารถติดตามถ่ายภาพตัวแบบเคลื่อนที่เร็วได้โดยไม่พลาดจังหวะที่ต้องการ ทั้งยังทำงานเงียบ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอที่ไม่ต้องการเสียงรบกวน  ภายในเลนส์ RF24-105mm F4-7.1 IS STM กลุ่มเลนส์ด้านหลังซึ่งร่วมถึงกลุ่มเลนส์โฟกัสยังได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมีระยะโฟกัสใกล้สุด 0.2 เมตร สำหรับระยะมุมกว้างสุด และ 0.34 เมตร สำหรับระยะเทเลโฟโต้สูงสุด จึงสามารถถ่ายภาพระยะใกล้และมาโครได้อย่างง่ายดาย และเมื่อใช้โหมด Centre Focus Macro กับโฟกัสแบบแมนนวล ระยะถ่ายภาพใกล้สุดหรือระยะห่างจากระนาบโฟกัสถึงตัวแบบที่มุมกว้างสุดจึงลดลงจาก 20 ซม. เหลือเพียง 13 ซม. พร้อมกำลังขยายสูงสุด 0.5 เท่า ผู้ใช้จึงสามารถถ่ายภาพโดยที่ปลายกระบอกเลนส์อยู่ห่างจากตัวแบบเพียง 2.5 ซม. ทำให้ถ่ายภาพตัวแบบขนาดเล็กจากระยะใกล้ได้สะดวก ด้วยการสื่อสารที่รวดเร็วระหว่างกล้องกับเลนส์ผ่านเมาท์ RF ประสิทธิภาพสูง ระบบป้องกันภาพสั่นไหวจึงทำงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น RF24-105mm F4-7.1 IS STM มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Dual Sensing IS สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง ตรวจจับการสั่นด้วยเซ็นเซอร์ไจโรในเลนส์และข้อมูลจากเซ็นเซอร์ CMOS ในกล้อง จึงสามารถตรวจจับและแก้ไขการสั่นความถี่ต่ำ เช่น การเคลื่อนไหวของร่างกายจากการหายใจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันภาพสั่นไหวได้เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 5 สต็อป (ตามมาตรฐาน CIPA เมื่อใช้กับกล้อง EOS R และทางยาวโฟกัส 105 มม.) ส่วนการถ่ายวิดีโอมี Combination IS ที่ใช้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัลในเลนส์ ร่วมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบดิจิทัล 5 แกนในกล้อง (Movie Digital IS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขความสั่น (เมื่อใช้ Movie Digital IS มุมภาพจะแคบลงเล็กน้อย)   RF24-105mm F4-7.1 IS STM มาพร้อมวงแหวนควบคุมที่ใช้เป็นวงแหวนโฟกัสได้ด้วยเพียงเลื่อนปุ่มปรับการทำงาน โดยเมื่อปรับเป็นวงแหวนควบคุมจะสามารถปรับตั้งค่าฟังก์ชันที่ใช้บ่อย เช่น ความเร็วชัตเตอร์ ค่ารูรับแสง และปรับได้อย่างเงียบเชียบต่างจากวงแหวนควบคุมของเลนส์รุ่นอื่นๆ อีกทั้งข้อมูลจากเลนส์ เช่น โฟกัส ซูม ค่ารูรับแสง การป้องกันภาพสั่นไหว จะถูกส่งมาแสดงที่ตัวกล้องได้อย่างฉับไวผ่านเมาท์ RF ที่ทำจากโลหะพร้อมขั้วสัมผัสไฟฟ้า 12 จุด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่างกล้องกับเลนส์    เลนส์แคนนอน RF24-105mm F4-7.1 IS STM เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายแคนนอนทั่วประเทศ ​​​​​​​ ​​​​​​​