ใหม่
ใหม่

EOS 200D II (EF-S 18-55mm f/4-5.6 IS STM)

EOS 200D II คือกล้อง DSLR ที่เบาที่สุดของแคนนอน ด้วยหน้าจอ LCD หมุนได้แบบทัชสกรีน ด้วยน้ำหนักที่มากกว่าขวดน้ำเพียงเล็กน้อย ตัวกล้องสามารถใส่ในกระเป๋าได้พกพาได้สะดวกสำหรับการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน ตัวกล้องประกอบด้วยเซนเซอร์ APS-C CMOS ความละเอียด 24.1 ล้านพิกเซล ระบบประมวลผล DIGIC 8 และฟีเจอร์อื่นๆ ที่จะทำให้การถ่ายภาพในทุกวันของคุณเป็นเรื่องง่ายๆ และไร้ขีดจำกัด นับเป็นครั้งแรกในการรวมเอาฟีเจอร์ผิวเรียบเนียนและครีเอทีฟ แอซซิสเข้าไว้กับ EOS DLSR ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เอฟเฟกต์ที่ต้องการบนภาพของคุณและถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างง่ายดาย เชื่อมต่อกับบลูธูทโดยใช้พลังงานไม่มากและส่งภาพถ่ายไปยังมือถือของคุณผ่าน Wi-Fi เพื่อแบ่งปันภาพเหล่านั้น EOS 200D II ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยด้ามจับที่ลึกและการจัดวางหน้าปัดฟังก์ชั่นต่างๆ ให้สะดวกต่อการใช้งานในสีดำ สีเงิน และสีขาว
ดูสินค้า

ข่าวประชาสัมพันธ์

แคนนอน เผยหมัดเด็ด 4 จุดเปลี่ยนใน Canon EOS-1D X Mark III ที่สุดของตำนาน DSLR ที่เหล่าช่างภาพมืออาชีพรอคอย

11 ธ.ค. 2019 — แคนนอน เผยหมัดเด็ด 4 จุดเปลี่ยนใน Canon EOS-1D X Mark III  ที่สุดของตำนาน DSLR ที่เหล่าช่างภาพมืออาชีพรอคอย ​​​​​ EOS-1D X Mark III Shown with EF24-70mm f/2.8L II USM ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        ​​​​​​​แคนนอน ประกาศความคืบหน้าการพัฒนากล้อง Canon EOS-1D X Mark III ไลน์อัพล่าสุดในตระกูล Canon EOS-1 series ที่มีชื่อเสียงในวงการช่างภาพกีฬา และสายถ่ายภาพพอร์เทรตมืออาชีพ โดย Canon EOS 1D X Mark III รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ จะจัดเต็มเรื่องคุณภาพของการถ่ายภาพให้ยอดเยี่ยม มีประสิทธิภาพการถ่ายภาพต่อเนื่องอันทรงพลัง และการใช้งานที่เหนือระดับเพิ่มขึ้นกว่า รุ่น EOS-1D X Mark II ที่ออกสู่ตลาดเมื่อกลางปี 2559         กล้องเรือธงในตระกูล Canon EOS-1 series เริ่มพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 2532 ซึ่งปีนี้ถือเป็นการครบรอบ 30 ปีที่กล้อง Canon EOS-1 รุ่นแรกถูกพัฒนาขึ้น โดยแนวคิดดั้งเดิมของระบบ EOS คือให้ระบบอัตโนมัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของช่างภาพมืออาชีพที่ใช้งานกล้องในตระกูล EOS-1 จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยฟังก์ชันการใช้งานที่เหนือระดับ ความทนทาน แข็งแรง และความเชื่อถือได้ โดยในปี 2544 แคนนอนได้เปิดตัวกล้องดิจิทัลเรือธงตัวแรก Canon EOS-1D นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแคนนอนก็ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนากล้องใหม่ๆ ออกมา โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มคุณภาพให้กับภาพถ่ายรวมถึงความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง พร้อมฟังก์ชันที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงของแคนนอน สร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นกล้องแนวหน้าในกลุ่มช่างภาพหลากหลายสายงาน อาทิ ช่างภาพข่าว สื่อสารมวลชน กีฬา เชิงพาณิชย์ และช่างภาพธรรมชาติ และด้วยประสบการณ์การทำงานร่วมกับช่างภาพมืออาชีพ ทั้งในงานแข่งกันกีฬาใหญ่ๆ มากมายในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งานเพื่อนำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมอุปกรณ์แห่งการถ่ายภาพที่ล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ตรงใจนักถ่ายภาพทุกแขนง         โดยล่าสุด แคนนอนมีแผนการพัฒนากล้องรุ่นใหม่ Canon EOS-1D X Mark III ที่คุณสมบัติโดดเด่นมากมาย ดังต่อไปนี้ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​1.    เซ็นเซอร์ CMOS และระบบประมวลผลภาพแบบใหม่ เพิ่มคุณภาพให้กับภาพถ่าย และเพิ่มความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องให้สูงยิ่งขึ้น ​​​​​​​        I.    เซ็นเซอร์ CMOS และระบบประมวลผลภาพลิขสิทธิ์เฉพาะของแคนนอนที่กำลังพัฒนาอยู่นี้ จะมีความไวในการถ่ายภาพนิ่งมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อน อีกทั้งสามารถถ่ายภาพนิ่งด้วยไฟล์ 10-bit HEIF 1  นอกจากนี้กล้องจะสามารถบันทึกวิดีโอ 4K ลงบนเมมโมรี่การ์ด ที่ 60p ให้คุณภาพสี YCbCr 4:2:2 ที่10-bit โดยเลือกใช้ได้ทั้ง Canon Log และวิดีโอ RAW format รองรับการโฟกัสอัตโนมัติแบบติดตาม (AF) และการติดตามแสงอัตโนมัติ (AE) ไม่ว่าจะถ่ายภาพด้วยช่องมองภาพออปติคอล (OVF) หรือ Live View อีกทั้งเพิ่มความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยในโหมด AF  ​​​​​​​        II.    Tracking และ AE Tracking จะยังสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ที่ 16 ภาพต่อวินาที เมื่อใช้ OVF หรือ 20 ภาพต่อวินาทีเมื่อใช้ Live View ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถ่ายภาพด้วย Live View ช่างภาพจะสามารถเลือกถ่ายภาพโดยใช้ชัตเตอร์แบบกลไก หรือชัตเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อีกด้วย  ​​​​​​​        III.    ได้ภาพถ่ายสูงสุดเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่า เมื่อถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยไฟล์ RAW เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ​​​​​​​​​​​​​​2.    โฟกัสอัตโนมัติแม่นยำขึ้น ด้วยเซ็นเซอร์ AF และอัลกอริธึม AF พัฒนาใหม่ล่าสุด ​​​​​​​        I.    เซ็นเซอร์ AF แบบใหม่ จะถูกนำมาใช้ในกล้องรุ่นนี้ ซึ่งจะทำให้จำนวนพิกเซลทำงานในพื้นที่ตรงกลางของพิกเซลเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 28 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนนอกจากนี้สัญญาณความละเอียดสูงที่ได้จากเซ็นเซอร์ AF จะช่วยให้การโฟกัสเมื่อถ่ายภาพผ่าน OVF มีความแม่นยำสูง นอกจากนี้ยังสามารถใช้การขยายช่วงความสว่างของ AF ได้ทั้งในการถ่ายภาพผ่าน OVF และการแบบ Live View ​​​​​​​        II.    ด้วยอัลกอริธึม AF โฉมใหม่ที่มีความเสถียรยิ่งขึ้น  จะทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแบบระบบเรียนรู้เชิงลึก (Deep learning) ของปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยพัฒนาความสามารถในการโฟกัสติดตามวัตถุให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในการถ่ายภาพผ่าน OVF หรือ Live View ​​​​​​​        III.    เมื่อถ่ายภาพในโหมด Live View เซ็นเซอร์ AF จะทำงานครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 100% ในแนวตั้ง และประมาณ 90% ในแนวนอน นอกจากนี้ยังจุด AF ยังทำงานถึง 525 จุด เมื่อใช้การเลือกแบบอัตโนมัติ 3.    เพิ่มความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูล ตอบโจทย์ความต้องการของมืออาชีพ ​​​​​​​       I.    เมื่อใช้งานกล้อง Canon EOS-1D X Mark III ร่วมกับอุปกรณ์ส่งไฟล์ไร้สาย WFT-E9 ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา (อยู่ในระหว่างรออนุมัติตามกฎหมาย) จะสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วขึ้นกว่าอุปกรณ์ส่งไฟล์ไร้สายรุ่นก่อนหน้า (WFT-E8) ถึงสองเท่า 2  และนอกจากนี้ WFT-E9 ยังสามารถใช้กับกล้องถ่ายภาพยนตร์ Canon EOS C500 Mark II ซึ่งเตรียมวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม 2562 ได้อีกด้วย ​​​​​​​​​​​​​​         II.    WFT-E9 สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์มือถืออื่นๆ ผ่าน Wi-Fi และBluetooth® 3  อีกทั้งยังสามารถบันทึกข้อมูล GPS ที่ตำแหน่งของการถ่ายภาพได้อีกด้วย ​​​​​​​        III.    เมื่อเชื่อมต่อ WFT-E9 เข้ากับ LAN ด้วยสาย จะสามารถส่งข้อมูลภาพได้เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าเป็นสองเท่า ​​​​​​​        IV.    พัฒนารูปแบบการใช้งานในส่วนของการเชื่อมต่อแบบใหม่ ​​​​​​​        V.    เพิ่มฟังก์ชันให้สามารถเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ได้หลากหลายขึ้น รวมถึงสามารถใช้งานร่วมกับรีโมทคอนโทรลระบบ Pan-Tilt (ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการควบคุมกล้องจากระยะไกล 4.    ออกแบบมาเพื่อให้ช่างภาพมืออาชีพชั้นแนวหน้าไว้วางใจ ​​​​​​​        I.    ตัวกล้องแข็งแรงทนทาน ด้วยโครงสร้างที่ทำจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ ​​​​​​​        II.    ปุ่มด้านหลังพร้อมไฟ Back-lit ช่วยในการใช้งานในที่มืด ​​​​​​​        III.    เปลี่ยนการ์ดหน่วยความจำ จาก CFast 2.0 มาใช้ CFexpress ทำให้สามารถเขียนข้อมูลได้เร็วขึ้น โดยมาพร้อมกับช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ 2 ช่อง ​​​​​​​        IV.    ปุ่ม AF Start มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ ช่วยให้สามารถเปิดใช้งานการตั้งค่าการติดตาม AF ได้อย่างรวดเร็ว โดยผู้ใช้ไม่ต้องเสียจังหวะปล่อยนิ้ว ​​​​​​​        V.    ใช้แบตเตอรี่ LP-E19 แต่สามารถถ่ายภาพได้มากขึ้น ด้วยการออกแบบระบบการใช้พลังงานแบบใหม่ของกล้องรุ่นนี้         ติดตามความเคลื่อนไหว และดูรายละเอียดข้อมูลผลิตภัณฑ์แคนนอนรุ่นต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ https://th.canon และ facebook.com/canon.thailand 1 เป็นรูปแบบไฟล์ภาพที่มีประสิทธิภาพสูง ให้ช่วงไดนามิกและแสดงสีที่กว้างกว่า เมื่อเทียบกับไฟล์ JPEG  ​​​​​​​2 ความเร็วในการถ่ายโอนอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการใช้งาน / Wi-Fi®, Wi-Fi Alliance®, WPA™, WPA2™ และ Wi-Fi Protected Setup™ เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Wi-Fi Alliance. ​​​​​​​3 รองรับเทคโนโลยีบลูทูธพลังงานต่ำ / Bluetooth® และโลโก้ Bluetooth เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Bluetooth SIG, Inc. และถูกใช้โดย Canon Inc. ภายใต้ข้อตกลงการใช้งานที่เกี่ยวข้อง / เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าอื่นๆ เป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม
มาแล้ว! สุดยอดเลนส์ขั้นเทพ 2 รุ่นใหม่ล่าสุดของแคนนอน RF24-70mm f/2.8L IS USM และ RF15-35mm f/2.8L IS USM เลนส์ที่ช่างภาพมืออาชีพต้องมี

มาแล้ว! สุดยอดเลนส์ขั้นเทพ 2 รุ่นใหม่ล่าสุดของแคนนอน RF24-70mm f/2.8L IS USM และ RF15-35mm f/2.8L IS USM เลนส์ที่ช่างภาพมืออาชีพต้องมี

06 ธ.ค. 2019 — มาแล้ว! สุดยอดเลนส์ขั้นเทพ 2 รุ่นใหม่ล่าสุดของแคนนอน RF24-70mm f/2.8L IS USM และ RF15-35mm f/2.8L IS USM ​​เลนส์ที่ช่างภาพมืออาชีพต้องมี ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​แคนนอน เปิดตัวสุดยอดเลนส์ที่ช่างภาพมืออาชีพรอคอย RF24-70mm f / 2.8L IS USM และ RF15-35mm f / 2.8L IS USM ที่มาพร้อมประสิทธิภาพการถ่ายภาพอย่างเหนือชั้น ด้วยการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหว และรูรับแสงคงที่ที่ f/2.8 ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        แคนนอน เปิดตัวสุดยอดเลนส์ซูมขั้นเทพ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ RF24-70mm f/2.8L IS USM และ RF15-35mm f/2.8L IS USM หนึ่งในเลนส์ซูม trinity ที่เหล่าช่างภาพมืออาชีพรอคอย ด้วยช่วงซูมที่กว้าง 24 – 70 มม. 16 – 35 มม. และ 70 – 200 มม. โดยเป็นเลนส์ 2 รุ่นแรกของแคนนอนที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวทางยาวโฟกัส และรูรับแสงคงที่ที่ f/2.8 เพื่อการถ่ายภาพที่หลากหลาย สำหรับเลนส์ RF24-70mm f/2.8L IS USM  มาพร้อมช่วงความยาวโฟกัส  ตั้งแต่ 24 – 70 มม. จึงเหมาะกับการพกไปใช้งานในทุกวัน ในขณะที่เลนส์ RF15-35mm f/2.8L IS USM มีช่วงซูมที่กว้างพิเศษ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ และงานอีเวนต์ต่างๆ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพมือสมัครเล่นขั้นสูง หรือช่างมืออาชีพมากประสบการณ์ ก็สามารถใช้งานสุดยอดเลนส์ซูมขั้นเทพ L-series ของแคนนอนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ภาพตัวอย่างการใช้เลนส์ RF15-35 ถ่ายภาพทิวทัศน์ในมุมมองที่กว้าง ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ภาพตัวอย่างการใช้เลนส์ RF15-35 ที่มีมุมมองกว้างพิเศษ เหมาะสำหรับถ่ายภาพงานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​  ภาพตัวอย่างการใช้เลนส์ RF15-35 ถ่ายภาพพอร์เทรตในที่แสงน้อย ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​คมชัดแบบ Edge-To-Edge ตลอดช่วงซูม ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        ด้วยการออกแบบให้เส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่และระยะโฟกัสสั้นด้านหลังของเมาท์ RF ช่วยให้สามารถวางเลนส์รูรับแสงขนาดใหญ่ใกล้กับพื้นผิวของวัตถุ จะทำให้ได้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น ด้วยการหักเหของแสงอย่างนุ่มนวล และการเบี่ยงเบนต่ำในวัตถุที่ไม่ผิดรูป นอกจากนี้ ผู้ใช้จะพบปัญหาความคลาดเคลื่อนของเลนส์ที่ลดลงอย่างมาก ด้วยรูปแบบการจัดเรียงของเลนส์ทรงกลมแบบแก้วสามชิ้น และเลนส์ UD (เลนส์ความคลาดแสงต่ำเป็นพิเศษ) จำนวน 3 ชิ้นของเลนส์ RF15-35mm f/2.8L IS USM และเลนส์ UD จำนวน 2 ชิ้นของเลนส์ RF24-70mm f/2.8L IS USM อีกทั้งการเคลือบชิ้นเลนส์แบบ ASC ของทั้งสองเลนส์จะยิ่งช่วยยับยั้งการเกิดแสงแฟลร์ และภาพซ้อน ซึ่งอาจลดทอนคุณภาพของภาพถ่ายลงได้         ในขณะที่เอกลักษณ์เฉพาะของเลนส์ RF ทั้งสองคือรูปแบบวงแหวนที่สามารถควบคุม และปรับแต่งค่าการรับแสง ISO ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง หรือการชดเชยแสงได้ด้วยตัวเอง วงแหวนควบคุมแบบสัมผัสนี้ช่วยให้การควบคุมเป็นไปอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ระบบขับเคลื่อนโฟกัสอันทรงพลังในรูปแบบ Nano USM ช่วยให้การโฟกัสเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว และเงียบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่างถ่ายภาพงานแต่งงาน ที่ต้องการเก็บภาพในช่วงเวลาสำคัญที่ต้องการความเงียบ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​  ภาพตัวอย่างการใช้เลนส์ RF24-70 ถ่ายภาพพอร์เทรต ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ภาพตัวอย่างการใช้เลนส์ RF24-70 ถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ความแม่นยำของภาพอย่างน่าประหลาดใจด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหว (IS) ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        ทั้งเลนส์ RF24-70mm f/2.8L IS USM และเลนส์ RF15-35mm f/2.8L IS USM มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว (IS) ที่ 5 สต๊อป ตามมาตรฐานการผลิตของ CIPA ให้ผู้ใช้สามารถจับภาพในเวลากลางคืน หรือในที่ร่มและมีแสงน้อยแม้ถือกล้องด้วยมือ ด้วยคุณสมบัติ Dual Sensing IS สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง ปริมาณการสั่นไหวจะถูกตรวจจับได้จากเซ็นเซอร์ CMOS ของกล้อง นอกเหนือไปจาก Gyro Sensor ที่ทำหน้าที่ตรวจจับการหมุนหรือเคลื่อนไหวของเลนส์ โดยการเปรียบเทียบและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยตรวจจับและแก้ไขการสั่นที่มีความถี่ต่ำมาก เช่น การสั่นเพียงเล็กน้อยของร่างกายขณะหายใจ ซึ่งการสั่นเพียงเล็กน้อยนี้ แม้ในเลนส์ที่มีความแม่นยำสูงก็ไม่สามารถตรวจจับได้         อีกทั้งการผสมผสานระบบป้องกันภาพสั่นไหว ทั้งในตัวเลนส์ออปติคอล และระบบควบคุมการสั่นไหวอิเล็กทรอนิกส์แบบ 5 แกนในกล้อง จะช่วยให้การถ่ายวีดีโอเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น หากพบปริมาณการสั่นที่ไม่สามารถชดเชยได้ด้วยการใช้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในเลนส์เพียงอย่างเดียว ระบบป้องกันภาพสั่นไหวอิเล็กทรอนิกส์ในตัวกล้องเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการสั่นอีกขั้น ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​  ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ภาพตัวอย่างการใช้เลนส์ RF24-70 ถ่ายในเวลากลางคืน ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ภาพตัวอย่างการใช้เลนส์ RF24-70 ถ่ายภาพวัตถุระยะใกล้ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​Create Beautiful Bokeh with Bright Aperture of f/2.8 ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        ​​​​​​​เลนส์ RF24-70mm f/2.8L IS USM และเลนส์ RF15-35mm f/2.8L IS USM เป็นเลนส์ L-series ระดับพรีเมียมของแคนนอน โดยมีการแสดงผลด้วยเส้นสีแดงที่กระบอกด้านหน้าของเลนส์ เลนส์ทั้งสองนี้มีคุณสมบัติกันละอองน้ำและกันฝุ่น จึงสามารถใช้ถ่ายภาพกลางแจ้งได้ หรือแม้แต่เมื่อเจอฝนตกฉับพลัน นอกจากนี้ตัวเลนส์ยังได้รับการเคลือบฟลูออรีนที่ด้านหน้าและด้านหลังเพื่อช่วยให้ทำความสะอาดคราบน้ำหรือคราบสิ่งสกปรกบนตัวเลนส์ได้ง่ายๆ เพียงแค่เช็ดด้วยผ้าแห้ง        อย่างไรก็ตามความต้องการใช้งานเลนส์ในแต่ละวัน อาจต้องการความยาวโฟกัสที่หลากหลาย ซึ่งเลนส์ RF24-70mm f/2.8L IS USM จึงเหมาะกับการใช้งานทั้งการถ่ายตอนกลางคืน ไปจนถึงการถ่ายภาพพอร์เทรต โดยรูรับแสงที่กว้างและสว่างช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพวัตถุดียิ่งขึ้นด้วยความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้น  เช่น การถ่ายภาพในอาคาร หรือในเวลากลางคืน อีกทั้งการถ่ายภาพพอร์เทรตที่รูรับแสง f/2.8 ยังสามารถสร้างเอฟเฟกต์โบเก้ที่กลมสวยงามขึ้นได้ด้วยไดอะแฟรมรูรับแสงทรงกลม 9 กลีบ         นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถสร้างสรรค์มุมมองภาพแบบกว้างพิเศษ และการเบลอของรูรับแสงขนาดกว้าง f/2.8 ได้ด้วยเลนส์ RF15-35mm f/2.8L IS USM ทำให้ได้มุมมองภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของการถ่ายวัตถุระยะใกล้ อีกทั้งขนาดพิเศษที่เพิ่มขึ้นมา 1 มม. (เทียบกับเลนส์ 16 มม. ทั่วไป) ที่ปลายเลนส์มุมกว้าง RF15-35mm f/2.8L IS USM ยังช่วยให้ถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างมีไดนามิก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพงานสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งภายใน        ทั้งนี้เลนส์ RF24-70mm f/2.8L IS USM และ RF15-35mm f/2.8L IS USM มีวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายแคนนอน ทั่วประเทศไทย ในราคารุ่นละ 79,400 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Call Center โทร 0-2344-9988 หรือเว็บไซต์ https://th.canon และ facebook.com/canon.thailand ​​​​​​​​​​​​

แคนนอน เปิดตัวบริการรับ – ส่ง ซ่อมกล้องด่วน ใน 1 วัน

แคนนอน เปิดตัวบริการรับ – ส่ง ซ่อมกล้องด่วน ใน 1 วัน

04 ธ.ค. 2019 — แคนนอน เปิดตัวบริการรับ – ส่ง ซ่อมกล้องด่วน ใน 1 วัน แคนนอน เปิดตัวบริการเดลิเวอรี่เซอร์วิสครบวงจร สำหรับบริการรับ-ส่งซ่อมกล้อง เลนส์ และอุปกรณ์เสริมกล้องทุกรุ่นของแคนนอน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มั่นใจส่งตรงถึงมือช่างผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์บริการแคนนอนด้วยความเร็วของบริการ 3 ระดับ ได้แก่ ) ซ่อมด่วนพิเศษภายใน 1 วัน   ) ซ่อมด่วนรับของคืนในวันถัดไป ) ซ่อมภายใน 15 วัน โดยมีอัตราค่าบริการที่แตกต่างกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กล้องแคนนอนมากขึ้น ​​​​​​​​​​​​​​ โดยผู้ใช้บริการสามารถสอบถามรายละเอียดบริการเดลิเวอรี่เซอร์วิสได้ที่ Call Center โทร 0-2344-9988 หรือที่ Line Official Account ID : @canonthailand หรือดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://th.canon

เครื่องถ่ายเอกสาร “แคนนอน” ได้รับการรับรองคุณภาพฉลากเขียว

เครื่องถ่ายเอกสาร “แคนนอน” ได้รับการรับรองคุณภาพฉลากเขียว

22 พ.ย. 2019 — เครื่องถ่ายเอกสาร “แคนนอน” ได้รับการรับรองคุณภาพฉลากเขียว ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        นางประภาวรรณ พุทธธรรมวงศ์ ผู้จัดการอาวุโส บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด รับเกียรติบัตรรับรองเครื่องหมายฉลากเขียว โดยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ประจำปี 2562 เกียรติบัตรรับรองมอบให้แก่องค์กรผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีการพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีผลิตภัณฑ์เครื่องถ่ายเอกสารที่ได้รับการรับรอง ได้แก่รุ่น imageRUNNER ADVACNCE C5550i III และ imageRUNNER ADVANCE C5560i III ทั้งนี้ พิธีมอบเกียรติบัตรดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องวิภาวดีบอลลรูม A โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ