ใหม่
ใหม่

EOS 200D II (EF-S 18-55mm f/4-5.6 IS STM)

EOS 200D II คือกล้อง DSLR ที่เบาที่สุดของแคนนอน ด้วยหน้าจอ LCD หมุนได้แบบทัชสกรีน ด้วยน้ำหนักที่มากกว่าขวดน้ำเพียงเล็กน้อย ตัวกล้องสามารถใส่ในกระเป๋าได้พกพาได้สะดวกสำหรับการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน ตัวกล้องประกอบด้วยเซนเซอร์ APS-C CMOS ความละเอียด 24.1 ล้านพิกเซล ระบบประมวลผล DIGIC 8 และฟีเจอร์อื่นๆ ที่จะทำให้การถ่ายภาพในทุกวันของคุณเป็นเรื่องง่ายๆ และไร้ขีดจำกัด นับเป็นครั้งแรกในการรวมเอาฟีเจอร์ผิวเรียบเนียนและครีเอทีฟ แอซซิสเข้าไว้กับ EOS DLSR ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เอฟเฟกต์ที่ต้องการบนภาพของคุณและถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างง่ายดาย เชื่อมต่อกับบลูธูทโดยใช้พลังงานไม่มากและส่งภาพถ่ายไปยังมือถือของคุณผ่าน Wi-Fi เพื่อแบ่งปันภาพเหล่านั้น EOS 200D II ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยด้ามจับที่ลึกและการจัดวางหน้าปัดฟังก์ชั่นต่างๆ ให้สะดวกต่อการใช้งานในสีดำ สีเงิน และสีขาว
ดูสินค้า

ข่าวประชาสัมพันธ์

แคนนอน ครองใจผู้ใช้พรินเตอร์ คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2020 ต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน

12 มี.ค. 2020 — แคนนอน ครองใจผู้ใช้พรินเตอร์ คว้ารางวัล Thailand’s  Most Admired Brand 2020  ต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน   ​​​​​​​        นายคมสันห์ ฤกษ์สุทธิวิเศษ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ซิสเต็ม (พรินเตอร์) บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เข้ารับรางวัลแบรนด์ครองใจมหาชน “2020 Thailand’s Most Admired Brand” โดยในปีนี้ แคนนอนยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในหมวดผลิตภัณฑ์ไอทีและดิจิทัลกลุ่มพรินเตอร์    จากผลการสำรวจโดยนิตยสารแบรนด์เอจ มาอย่างต่อเนื่อง 12 ปีซ้อน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดพรินเตอร์อิงก์เจ็ทอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่องถึง 19 ปีซ้อน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้และออฟฟิศยุคใหม่ พิมพ์งานได้หลากหลาย เชื่อมต่อได้อย่างอิสระช่วยให้ธุรกิจคล่องตัว ภายใต้แนวคิด Business Can Be Simple งานมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นที่ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว เมื่อเร็วๆ นี้​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

อ่านเพิ่มเติม
แคนนอน เปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM  เลนส์ซูมอเนกประสงค์ตัวเล็กน้ำหนักเบา ความสามารถรอบด้าน อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R

แคนนอน เปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM เลนส์ซูมอเนกประสงค์ตัวเล็กน้ำหนักเบา ความสามารถรอบด้าน อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R

12 มี.ค. 2020 — แคนนอน เปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM  เลนส์ซูมอเนกประสงค์ตัวเล็กน้ำหนักเบา ​​​​ความสามารถรอบด้าน อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​แคนนอนเสริมความแข็งแกร่งให้ผลิตภัณฑ์ในตระกูล EOS R ด้วยการเปิดตัว RF24-105mm F4-7.1 IS STM เลนส์ซูมมาตรฐานขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เมาท์ RF ครอบคลุมทางยาวโฟกัส 24-105 มม. ถ่ายภาพได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นมาโคร ภาพซูมจากระยะไกล ไปจนถึงวิดีโอ ให้ภาพถ่ายคุณภาพสูง พร้อมระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูงและไหลลื่นด้วยมอเตอร์โฟกัส STM แบบ Lead-screw มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Dual Sensing IS สูงสุด 5 สต็อป สำหรับภาพนิ่ง และ Combination IS สำหรับวิดีโอ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่กำลังมองหาเลนส์คุณภาพสูงที่สามารถพกพาไปได้ในทุกวัน RF24-105mm F4-7.1 IS STM มีขนาดเล็กและเบากว่าเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสเท่ากันอย่าง EF24-105mm F3.5-5.6 IS STM โดยสั้นกว่า 15.2 มม. และเบากว่า 130 กรัม ให้สมดุลที่ดีเยี่ยมเมื่อใช้กับกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R การเป็นเลนส์ที่ใช้กับเมาท์ RF ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างและระยะแบ็คโฟกัสสั้น ประกอบกับโครงสร้างภายในที่ชิ้นเลนส์หลังสุดมีขนาดใหญ่กว่าในเลนส์คิทของกล้องฟูลเฟรมทั่วไป ทำให้ RF24-105mm F4-7.1 IS STM ให้ภาพคุณภาพสูงและมีขนาดกะทัดรัดขึ้น เลนส์รุ่นนี้มีความเร็วออโต้โฟกัสสูงสุดในบรรดาเลนส์ตระกูล RF จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการควบคุม actuator รวมถึงการใช้เลนส์โฟกัสที่มีขนาดเล็กและเบา และมอเตอร์โฟกัส STM แบบ lead-screw ที่ทำให้สามารถเคลื่อนโฟกัสได้ฉับไวและราบรื่นยิ่งขึ้น เมื่อใช้ร่วมกับระบบออโต้โฟกัส Dual Pixel CMOS AF ของกล้องตระกูล EOS R จะได้การโฟกัสที่เร็วและแม่นยำสูง สามารถติดตามถ่ายภาพตัวแบบเคลื่อนที่เร็วได้โดยไม่พลาดจังหวะที่ต้องการ ทั้งยังทำงานเงียบ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอที่ไม่ต้องการเสียงรบกวน  ภายในเลนส์ RF24-105mm F4-7.1 IS STM กลุ่มเลนส์ด้านหลังซึ่งร่วมถึงกลุ่มเลนส์โฟกัสยังได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมีระยะโฟกัสใกล้สุด 0.2 เมตร สำหรับระยะมุมกว้างสุด และ 0.34 เมตร สำหรับระยะเทเลโฟโต้สูงสุด จึงสามารถถ่ายภาพระยะใกล้และมาโครได้อย่างง่ายดาย และเมื่อใช้โหมด Centre Focus Macro กับโฟกัสแบบแมนนวล ระยะถ่ายภาพใกล้สุดหรือระยะห่างจากระนาบโฟกัสถึงตัวแบบที่มุมกว้างสุดจึงลดลงจาก 20 ซม. เหลือเพียง 13 ซม. พร้อมกำลังขยายสูงสุด 0.5 เท่า ผู้ใช้จึงสามารถถ่ายภาพโดยที่ปลายกระบอกเลนส์อยู่ห่างจากตัวแบบเพียง 2.5 ซม. ทำให้ถ่ายภาพตัวแบบขนาดเล็กจากระยะใกล้ได้สะดวก ด้วยการสื่อสารที่รวดเร็วระหว่างกล้องกับเลนส์ผ่านเมาท์ RF ประสิทธิภาพสูง ระบบป้องกันภาพสั่นไหวจึงทำงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น RF24-105mm F4-7.1 IS STM มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Dual Sensing IS สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง ตรวจจับการสั่นด้วยเซ็นเซอร์ไจโรในเลนส์และข้อมูลจากเซ็นเซอร์ CMOS ในกล้อง จึงสามารถตรวจจับและแก้ไขการสั่นความถี่ต่ำ เช่น การเคลื่อนไหวของร่างกายจากการหายใจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันภาพสั่นไหวได้เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 5 สต็อป (ตามมาตรฐาน CIPA เมื่อใช้กับกล้อง EOS R และทางยาวโฟกัส 105 มม.) ส่วนการถ่ายวิดีโอมี Combination IS ที่ใช้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัลในเลนส์ ร่วมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบดิจิทัล 5 แกนในกล้อง (Movie Digital IS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขความสั่น (เมื่อใช้ Movie Digital IS มุมภาพจะแคบลงเล็กน้อย)   RF24-105mm F4-7.1 IS STM มาพร้อมวงแหวนควบคุมที่ใช้เป็นวงแหวนโฟกัสได้ด้วยเพียงเลื่อนปุ่มปรับการทำงาน โดยเมื่อปรับเป็นวงแหวนควบคุมจะสามารถปรับตั้งค่าฟังก์ชันที่ใช้บ่อย เช่น ความเร็วชัตเตอร์ ค่ารูรับแสง และปรับได้อย่างเงียบเชียบต่างจากวงแหวนควบคุมของเลนส์รุ่นอื่นๆ อีกทั้งข้อมูลจากเลนส์ เช่น โฟกัส ซูม ค่ารูรับแสง การป้องกันภาพสั่นไหว จะถูกส่งมาแสดงที่ตัวกล้องได้อย่างฉับไวผ่านเมาท์ RF ที่ทำจากโลหะพร้อมขั้วสัมผัสไฟฟ้า 12 จุด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่างกล้องกับเลนส์    เลนส์แคนนอน RF24-105mm F4-7.1 IS STM เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายแคนนอนทั่วประเทศ ​​​​​​​ ​​​​​​​

แคนนอน  เสริมทัพ EOS C500 Mark II ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Cinema EOS System พร้อมรุกตลาดกล้องถ่ายภาพยนตร์ฟูลเฟรม ระดับมืออาชีพ

แคนนอน เสริมทัพ EOS C500 Mark II ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Cinema EOS System พร้อมรุกตลาดกล้องถ่ายภาพยนตร์ฟูลเฟรม ระดับมืออาชีพ

21 ก.พ. 2020 — แคนนอน  เสริมทัพ EOS C500 Mark II ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Cinema EOS System พร้อมรุกตลาดกล้องถ่ายภาพยนตร์ฟูลเฟรม ระดับมืออาชีพ ​​​​​​​        แคนนอน เผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Cinema EOS System เพื่อการถ่ายภาพยนตร์ระบบดิจิทัลระดับมืออาชีพ ด้วย EOS C500 Mark II กล้องถ่ายภาพยนตร์ดิจิทัลขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ฟูลเฟรม 5.9K และระบบประมวลผลภาพใหม่ล่าสุด ตัวกล้องได้รับการออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่ายตามความต้องการในการถ่ายทำ จึงใช้สร้างสรรค์งานได้หลายรูปแบบทั้งภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ที่ต้องการคุณภาพสูง รวมถึงรายงานข่าวและสารคดีที่ต้องอาศัยความคล่องตัวในการถ่ายทำ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ ​​​​​​​        EOS C500 Mark II มาพร้อมหลาก หลายฟีเจอร์ปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่ายทำ เช่น บันทึกภาพในฟอร์แมต Cinema RAW Light ได้ในตัวกล้อง ซึ่งช่วยให้ไฟล์มีขนาดเล็กลงแต่นำไปปรับแต่งใช้งานได้หลากหลายเหมือนฟอร์แมต RAW ทั้งยังรองรับฟอร์แมต XF-AVC    ซึ่งบันทึกข้อมูลที่บีบอัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นกล้องวิดีโอแคนนอนรุ่นแรกที่สามารถบันทึกไฟล์ Cinema RAW Light และ XF-AVC Intra ลงในการ์ด CFexpress Type B (1)  ได้เลย ตอกย้ำจุดเด่นด้านเทคโนโลยีของ Cinema EOS System ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างสรรค์ชิ้นงานได้เต็มประสิทธิภาพและยังคงสามารถใช้งานได้อย่างอิสระ และคล่องตัว นอกจากนี้ EOS C500 Mark II รองรับ HDR Standard ได้แก่ HLG (Hybrid Log-Gamma) ที่เหมาะสำหรับการบรอดแคสท์ และ PQ (Perceptual Quantization) เพื่อการถ่ายภาพยนตร์สำหรับฉายในโรงภาพยนตร์และการเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์ที่ต้องการเน้นเรื่องคุณภาพของงานวิดีโอ ซึ่งได้รับการยอมรับให้เป็นกล้องสำหรับถ่ายทำตามมาตรฐานของ Netflix อีกด้วย ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        กล้องรุ่นนี้ใช้เซ็นเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียด 5.9K ในอัตราส่วนภาพ 17:9 เพื่องานภาพยนตร์โดยเฉพาะ ให้ไดนามิกเรนจ์ได้ถึง 15+ สต็อป (2)  จึงใช้สร้างสรรค์งานภาพได้หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งมีระบบประมวลผลภาพความเร็วสูงใหม่ล่าสุด DIGIC DV 7 สำหรับการถ่ายทำคุณภาพสูงระดับ 4K ที่ 50p / 60p สามารถบันทึกภาพในฟอร์แมต XF-AVC Intra ที่มีคุณภาพสูงและนำไปปรับแต่งได้ง่าย ​​​​​​​        และด้วยตัวกล้องที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่ารุ่นก่อนหน้า (EOS C500) จึงเหมาะสำหรับการประกอบเข้ากับอุปกรณ์ช่วยในการถ่ายทำต่างๆ อีกมากมาย อาทิ ไม่ว่าจะเป็นช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ กริป กล้อง และส่วนต่อเสริมต่างๆ ผู้ใช้ยังสามารถเปลี่ยนเมาท์เลนส์จาก EF เป็นเมาท์ EF Cinema lock หรือเมาท์ PL ด้วยตัวเองโดยใช้ชุดเปลี่ยนเมาท์ (จำหน่ายแยกต่างหาก) ตัวกล้องรองรับการใช้งานร่วมกับ Expansion Unit (จำหน่ายแยกต่างหาก) ทำให้กล้องสามารถรองรับการถ่ายทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำที่มีผู้ควบคุมเพียงคนเดียว การใช้กล้องหลายตัว การใช้กล้องกับแกนยึดกันสั่น (gimbal) หรือโดรน       ไปจนถึงการถ่ายภาพยนตร์อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงพร้อมตอบสนองรูปแบบการถ่ายทำในอนาคต  ​​​​​​​ ​​​​​​​        นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ได้แก่ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวสำหรับวิดีโอ (Video IS) บันทึกเสียงได้ 4 Channel จอแอลซีดีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 4.3 นิ้วเพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น รวมถึงสามารถรองรับการถอดหรือใส่อุปกรณ์เสริมต่างๆ  นอกจากนี้จอ LCD ยังรองรับการถ่ายภาพแบบ HDR ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตั้งไดนามิกเรนจ์ได้ถึง 400% และ 1600% ยิ่งหากใช้ร่วมกับจอ LCD ที่มีความเที่ยงตรงสูงก็จะยิ่งให้ภาพที่สมจริงมากขึ้น EOS C500 Mark II ยังมีช่องต่อ 12G-SDI และ HDMI เพื่อความสะดวกในการเชื่อมต่อกับจอภาพหรืออุปกรณ์บันทึกภายนอกในสถานที่ถ่ายทำทั้งในสตูดิโอและนอกสถานที่ ​​​​​​​ ​​​​​​​        กล้องถ่ายภาพยนตร์ดิจิทัล EOS C500 Mark II มีวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ ในราคา 547,900 บาทที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแคนนอน ​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​ (1) การบันทึก Cinema RAW Light จำเป็นต้องใช้การ์ด CFexpress Type B เท่านั้น​​​​​​​ ​​​​​​​(2)ไดนามิกเรนจ์มีหน่วยวัดเป็นสต็อป เมื่อเพิ่มขึ้น 1 สต็อป หมายถึงช่วงความสว่างที่กล้องบันทึกได้จะเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว แต่ละโหมดการถ่ายภาพจะมีจำนวนสต็อปสูงสุดแตกต่างกัน  ​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​คุณสมบัติเด่นของกล้อง Cinema EOS C500 Mark II ​​​​​​​ เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด Full Frame ความละเอียด 5.9K, รองรับโหมด Super 35mm และ Super 16mm crop ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเมาท์เลนส์ได้เอง ให้อิสระในการใช้เลนส์ที่หลากหลาย  ชิปประมวลภาพใหม่ล่าสุด DIGIC DV 7 เพื่อประสิทธิภาพในการประมวลข้อมูลภาพความละเอียดสูง  รองรับ Canon Cinema RAW Light และ XF-AVC  มี Proxy Recording  รองรับการใช้งานร่วมกับเลนส์ EF และ PL*  รองรับการใช้งานร่วมกับเลนส์ Anamorphic  ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบอิเล็กทรอนิกส์  ออกแบบโมดูลมาพร้อมกับ Expansion Units ให้เลือก 3 แบบ เพื่อการเชื่อมต่อระดับสูงและรองรับการทำงานที่หลากหลาย สามารถใช้งานร่วมกับจอ LCD แบบทัชกรีน 4.3” (LM-V2: อุปกรณ์เสริมแยกจำหน่าย) Dual Pixel CMOS AF รองรับการใช้งานทัชออโต้โฟกัส และออโต้โฟกัสตรวจจับใบหน้า  รองรับการใช้งาน Canon Log 2 และ 3  บันทึกเสียงได้ 4 Channel  รองรับ Custom User LUTs ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ลิงค์สำหรับดูวิดีโอแนะนำผลิตภัณฑ์ https://youtu.be/rLMcmwA1PLg ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​  ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​  ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​   ​​​​​​​​​​​​​​

แคนนอนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม  บริจาคปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าให้มูลนิธิกระจกเงา

แคนนอนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม บริจาคปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าให้มูลนิธิกระจกเงา

12 ก.พ. 2020 — แคนนอนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม บริจาคปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าให้มูลนิธิกระจกเงา ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​        บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ส่งมอบปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าที่ได้รับบริจาคจากพนักงานกว่า 2,000 ชิ้น ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา เพื่อให้ทางมูลนิธินำไปส่งมอบต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ หรือจำหน่ายระดมทุนและนำไปใช้กับกิจกรรมต่างๆต่อไป  โดยโครงการนี้ได้เปิดรับบริจาคปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าจากพนักงานตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 – เดือนมกราคม 2563 ภายใต้การดำเนินงานของแผนก QEHS เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักในเรื่องการนำของใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่การลดปริมาณขยะและการรักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงาน ​​​​​​​​​​​​​​ ​​​​​​​​​​​​​​