ใหม่
ใหม่

EOS 200D II (EF-S 18-55mm f/4-5.6 IS STM)

EOS 200D II คือกล้อง DSLR ที่เบาที่สุดของแคนนอน ด้วยหน้าจอ LCD หมุนได้แบบทัชสกรีน ด้วยน้ำหนักที่มากกว่าขวดน้ำเพียงเล็กน้อย ตัวกล้องสามารถใส่ในกระเป๋าได้พกพาได้สะดวกสำหรับการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน ตัวกล้องประกอบด้วยเซนเซอร์ APS-C CMOS ความละเอียด 24.1 ล้านพิกเซล ระบบประมวลผล DIGIC 8 และฟีเจอร์อื่นๆ ที่จะทำให้การถ่ายภาพในทุกวันของคุณเป็นเรื่องง่ายๆ และไร้ขีดจำกัด นับเป็นครั้งแรกในการรวมเอาฟีเจอร์ผิวเรียบเนียนและครีเอทีฟ แอซซิสเข้าไว้กับ EOS DLSR ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เอฟเฟกต์ที่ต้องการบนภาพของคุณและถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างง่ายดาย เชื่อมต่อกับบลูธูทโดยใช้พลังงานไม่มากและส่งภาพถ่ายไปยังมือถือของคุณผ่าน Wi-Fi เพื่อแบ่งปันภาพเหล่านั้น EOS 200D II ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยด้ามจับที่ลึกและการจัดวางหน้าปัดฟังก์ชั่นต่างๆ ให้สะดวกต่อการใช้งานในสีดำ สีเงิน และสีขาว
ดูสินค้า

ข่าวประชาสัมพันธ์

แคนนอนประกาศพัฒนากล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตัวท๊อป จัดเต็มไม่ยั้งใน EOS R3 พร้อมสุดยอดตัวเลนส์ RF เพื่อมืออาชีพพร้อมกับอีก 3 รุ่น เสริมความแข็งแกร่งในของการผู้นำตลาดกล้องดิจิทัลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

20 เม.ย. 2021 — แคนนอนประกาศพัฒนากล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตัวท๊อป จัดเต็มไม่ยั้งใน EOS R3 พร้อมสุดยอดตัวเลนส์ RF เพื่อมืออาชีพพร้อมกับอีก 3 รุ่น เสริมความแข็งแกร่งในของการผู้นำตลาดกล้องดิจิทัลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ แคนนอนเผยโฉมกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R3 ที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์สุดล้ำ แข็งแรงทนทาน มั่นใจได้ ในแนวคิด ‘High Speed, High Sensitivity and High Reliability’ พร้อมท้าทายทุกช็อต สะกดทุกความเร็วมาพร้อมเลนส์ RF ใหม่ 3 รุ่นที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบ EOS R System ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานของช่างภาพระดับมืออาชีพและช่างภาพมือสมัครเล่นระดับจริงจัง ประกอบไปด้วย RF400mm f/2.8L IS USM และ RF600mm f/4L IS USM เลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ในตระกูล L สองรุ่นแรกบนเมาท์ RF พร้อมทั้ง RF100mm f/2.8 L Macro IS USM เลนส์มาโครเทเลระยะกลางตัวแรกของโลก [1]ที่มีอัตราขยายสูงถึง 1.4 เท่า โดยทั้งกล้อง EOS R3 และเลนส์ RF ทั้ง 3 รุ่นนี้ ถือเป็นการตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดกล้องดิจิทัลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ให้กับผู้บริโภคถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันก้าวกระโดดที่แคนนอนพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งขับเคลื่อนจินตนาการให้เหนือขีดจำกัดอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ทลายทุกขีดจำกัดในการถ่ายภาพกับ EOS R3 กล้อง EOS R3 ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด ‘High Speed, High Sensitivity and High Reliability - รวดเร็ว ฉับไว และเชื่อถือได้’ โดยถูกวางตำแหน่งไว้เป็นกล้องสำหรับช่างภาพมืออาชีพและและมือสมัครเล่นระดับจริงจัง เช่นเดียวกับกล้อง DSLR เรือธงอย่าง EOS-1D X Mark III (เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2563) และกล้องซีรีส์ EOS-5 รวมถึงกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R5 (เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2563) กล้อง EOS R3 มุ่งมั่นที่จะมอบภาพถ่ายและภาพวิดีโอคุณภาพระดับมืออาชีพ แม้ในการจับภาพวัตถุที่เคลื่อนที่ EOS R3 เป็นกล้องตัวแรกในตระกูล EOS ที่ใช้เซ็นเซอร์ Backlit stacked CMOS ขนาดฟูลเฟรม 35 มม. ที่พัฒนาขึ้นใหม่จากแคนนอน เพื่อให้อ่านข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง ใช้ชิปประมวลผลภาพ DIGIC X ที่สามารถประมวลผลภาพด้วยความเร็วสูง ทำให้สามารถถ่ายภาพได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 30 ภาพต่อวินาที [2]  พร้อมการทำงานของระบบออโต้โฟกัสและการวัดแสงอัตโนมัติแบบติดตามวัตถุอย่างต่อเนื่อง (AF/AE Tracking) เมื่อใช้โหมดชัตเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้เกิดการทำให้ภาพผิดรูป (image warping) ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อใช้ชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และยังสามารถโฟกัสจับภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ในสภาพแสงน้อย เช่น พื้นที่ในร่มหรือฉากกลางคืน ได้โดยมีสัญญาณรบกวนต่ำ นอกจากนี้ EOS R3 ยังเป็นกล้องดิจิทัลตัวแรกของแคนนอนที่มีฟังก์ชันการควบคุมออโต้โฟกัสด้วยดวงตา (Eye Control AF) [3] โดยคุณสมบัติใหม่นี้จะทำการเลือกกรอบออโต้โฟกัสโดยการตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตาของผู้ใช้ขณะถ่ายภาพนิ่งโดยมองผ่านช่องมองภาพทำให้สามารถโฟกัสภาพได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องการสลับไปโฟกัสยังวัตถุใหม่ และยังตอบสนองการใช้งานระดับมืออาชีพด้วยการป้องกันฝุ่นและน้ำระดับเดียวกล้องซีรีส์ EOS-1 รวมถึงมีการออกแบบตัวกล้องให้มีกริปแนวตั้งในตัว มีโครงสร้างที่แข็งแรง บึกบึน และใช้งานง่าย อีกทั้งยังสามารถใช้งานกับแอพพลิเคชั่น Mobile File Transfer [4]ของแคนนอนที่ออกแบบมาเพื่อความรวดเร็วของการทำงานในแบบมืออาชีพได้อีกด้วย เข้าใกล้ทุกการแอ็คชันได้มากขึ้นด้วยเลนส์ไพรม์เทเลโฟโต้ระยะกลางและระยะไกลตระกูล L เม้าท์ RF ใหม่ 3 รุ่น  จากความตั้งใจในการสร้างความเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อผู้ใช้งานของแคนนอน และระบบ EOS R System เสริมไลน์อัพเลนส์คุณภาพมากด้วยความโดดเด่นอย่าง RF100mm f/2.8 L Macro IS USM เลนส์มาโครเทเลโฟโต้ระยะกลางตัวแรกของโลก [5] ที่มีอัตราการขยาย 1.4 เท่า  ในส่วนของเลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้อย่าง RF400mm f/2.8L IS USM และ RF600mm f/4L IS USM อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพในการถ่ายภาพระดับมืออาชีพและมือสมัครเล่นขั้นสูง พร้อมส่งมอบภาพถ่ายคุณภาพสูง เชื่อถือได้ และความทนทานในระดับสูง แคนนอนมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความหลากหลายให้กับเลนส์เม้าท์ RF ให้มากขึ้น พร้อมประสิทธิภาพและคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ให้เหมาะสำหรับการใช้งานและประเภทการถ่ายภาพที่หลากหลายต่อไป RF100mm f/2.8 L Macro IS USM: เลนส์มาโครเทเลโฟโต้ระยะกลางตัวแรกของโลก เลนส์ RF เป็นเลนส์ที่มีชิ้นส่วนด้านหลังอยู่ใกล้กับเซ็นเซอร์ภาพมากกว่า จึงทำให้ RF100mm f/2.8 L Macro IS USM เป็นเลนส์มาโครเทเลโฟโต้ระยะกลางตัวแรกของโลกที่มาพร้อมกำลังขยาย 1.4 เท่า ซึ่งอัตราการขยายสูงกว่าเลนส์มาโครทั่วไป (1 เท่า) ถึง 40%  ทั้งนี้ ที่อัตราขยาย 1 เท่าจะมีระยะโฟกัสอยู่ที่ 0.28 ม. ซึ่งห่างจากหน้าเลนส์ที่11.2 ซม. ในขณะที่หากต้องการถ่ายภาพที่มีอัตราขยาย 1.4 เท่าจะต้องโฟกัสที่ระยะ 0.26 ม. หรือห่างจากหน้าเลนส์ 8.6 ซม. จึงยังมีพื้นที่มากพอสำหรับการจัดแสงแบบพิเศษในการถ่ายภาพสินค้าหรือวัตถุที่มีขนาดเล็กอีกด้วย เลือกโบเก้ในแบบของคุณ: RF100mm f/2.8L IS USM มาพร้อมกับวงแหวน SA (Spherical Aberration Control Ring) ที่ทำงานโดยใช้ Electronic cams และ Nano USM สองตัว โดยในการหมุนวงแหวน SA ผู้ใช้สามารถเลือกปรับแต่งเอฟเฟคของโบเก้ให้ดูนุ่มนวลหรือคมได้ (ระดับของการเบลอ จะขื้นอยู่กับระยะห่างของการโฟกัส) ทำให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพมากขึ้น เนื่องจากสามารถเลือกได้ว่าโบเก้ที่เหมาะกับการถ่ายภาพที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพบุคคล ดอกไม้ หรือแมลงก็ตาม โฟกัสนุ่มนวลขึ้น แต่ให้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น: เลนส์ RF100mm f/2.8L IS USM มีระบบป้องกันสั่นไหวสูงสุด 8 สต็อป เมื่อใช้งานร่วมกับกล้องในตระกูล EOS R ที่มีระบบป้องกันสั่นไหวในตัว โดยใช้ระบบระบบป้องกันสั่นไหวแบบไฮบริด (Hybrid IS) ซึ่งจะช่วยลดการสั่นไหวของกล้องทั้งการสั่นไหวในแบบมุมก้ม-เงย (suppress angular camera shake -rotational)  และการสั่นไหวของกล้องในแนวตั้ง (shift camera shake-linear)  เมื่อใช้มือเปล่าถือกล้อง ทำให้ผู้ใช้สามารถได้ภาพที่คมชัด เลนส์ RF100mm f/2.8L IS USM เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวัตถุที่มีการเคลื่อนไหว จากความรวดเร็วและแม่นยำของระบบออโต้โฟกัส  และในขณะเดียวกันยังมีความนุ่มนวล ราบรื่น ปราศจากเสียงรบกวนของออโต้โฟกัส จึงเหมาะสำหรับการบันทึกภาพเคลื่อนไหวอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถลุยไปในการถ่ายภาพกลางแจ้ง ด้วยการซีลกันฝุ่นและละอองน้ำตามแบบฉบับของเลนส์ในตระกูล L ของแคนนอน รองรับการใช้งานร่วมกับแฟลชเฉพาะเพื่อการถ่ายภาพมาโคร อย่าง Macro Ring Lite MR-14EXII and Macro Twin Lite MT-26EXII เพื่อความสวยสมบูรณ์แบบของการถ่ายภาพอีกขั้น RF400mm f/2.8L IS USM และ RF600mm f/4L IS USM: เลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้คุณภาพสูง RF400mm f/2.8L IS USM และ RF600mm f/4L IS USM เลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้เมาท์ RF ที่ช่างภาพสัตว์ป่าและกีฬาที่ใช้กล้องมิเรอร์เลสต่างรอคอย มีประสิทธิภาพสูง ใช้ชิ้นเลนส์คุณภาพสูง เพื่อให้ได้ภาพถ่ายคุณภาพเยี่ยม เช่นเดียวกับเลนส์ในตระกูล L เมาท์ EF รุ่นอื่นๆ ของแคนนอน แต่เสริมด้วยคุณสมบัติเฉพาะตามแบบฉบับของเลนส์เม้าท์ RF เช่น ระยะโฟกัสใกล้สุดของเลนส์ RF400mm f/2.8L IS USM ลดลง 2.5 เมตร และระยะโฟกัสใกล้สุดของเลนส์ RF600mm f/4L IS USM ลดลง 4.2 เมตร   น้ำหนักเบา แต่ให้ภาพถ่ายนิ่ง คมชัด: มาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่เพิ่มขึ้นเป็น 5.5 สต็อป และมีโหมด IS ให้เลือก 3 แบบ เพื่อให้เหมาะกับการเคลื่อนไหวของวัตถุ (วัตถุอยู่นิ่งกับที่/การแพนภาพ/วัตถุที่เคลื่อนที่แบบหลายทิศทาง) และมีน้ำหนักที่ลดลงจากเลนส์ EF รุ่นเดียวกันประมาณ 60 กรัม การถ่ายภาพยนตร์ที่ไร้ที่ติ: เลนส์ทั้งสองสามารถควบคุมการตั้งค่ารูรับแสงระหว่างการบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ละเอียดขึ้น โดยปรับได้ครั้งละ 1/8 สเต็ป (ในขณะที่เลนส์ EF = 1/3 สเต็ป) เพื่อให้สามารถเปลี่ยนค่าความสว่างของฉากได้อย่างราบรื่น แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแสงอย่างกะทันหัน เช่น เมื่อวัตถุเคลื่อนที่จากบริเวณที่มืดไปยังที่สว่าง ทำให้ภาพที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทนทานและยืดหยุ่น: RF400mm f/2.8L IS USM และ RF600mm f/4L IS USM มีชีลป้องกันความร้อนที่ดีเยี่ยม ทนต่อรอยขีดข่วนและสภาพอากาศ รองรับสภาพแวดล้อมในการถ่ายภาพเกือบทุกประเภท เม้าท์เลนส์ ปุ่ม วงแหวนควบคุม และชิ้นส่วนต่างๆของเลนส์ได้รับการออกแบบมาให้กันฝุ่นและน้ำที่จะเข้ามาในเลนส์ โดยชิ้นส่วนด้านหน้าและด้านหลังของเลนส์ทั้งสองยังมีการเคลือบฟลูออไรน์เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันและน้ำเกาะที่พื้นผิวของเลนส์ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Extenders RF 1.4x และ RF 2x เพื่อเพิ่มระยะโฟกัสให้ไกลขึ้นอีก โดยเมื่อใช้เลนส์ RF600mm f/4L IS USM ร่วมกับ Extender RF 2x จะทำให้ได้เลนส์ที่มีระยะโฟกัสไกลถึง 1200 มม. เลยทีเดียว พร้อมกันนี้ แคนนอนยังได้เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันมือถือ[6] ‘Mobile File Transfer’ ที่รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ระบบ 5G สำหรับช่างภาพมืออาชีพที่ต้องการถ่ายโอนรูปภาพจากจุดที่ถ่ายภาพไปยังเซิร์ฟเวอร์ FTP / FTPS / SFTP[7] ที่ต้องการ ให้ความสะดวกสบายและรวดเร็วจากขั้นตอนการทำงานในอดีตที่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์ โดยสามารถเลือกตั้งค่าการถ่ายโอนไฟล์ภาพได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการใช้งาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของขั้นตอนการทำงานหลังการถ่ายภาพให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ บนแอปพลิเคชันยังสามารถเพิ่มข้อมูล Metadata ของภาพ ตามมาตฐานของ IPTC (International Press Telecommunications Council)  ที่ใช้กันในสำนักข่าวและเอเจนซี่ต่างๆ รวมถึงสามารถบันทึกเสียงในรูปแบบVoice Memo ลงในรูปภาพ และถ่ายโอนจากกล้องไปยังอุปกรณ์มือถือได้อีกด้วย โดยเตรียมเปิดให้ใช้บริการแบบไม่มีค่าใช้จ่าย[8] ช่วงในปลายเดือนมิถุนายน 2564 นี้ ชื่อผลิตภัณฑ์ ช่องทาง วันเผยแพร่ สนับสนุนกล้อง[9] Mobile File Transfer     ดาวน์โหลดฟรี สำหรับ AppStore ปลายเดือนมิถุนายน 2564 EOS R5 EOS R6 EOS-1D X Mark III EOS-1D X Mark II ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจรับข้อมูลหรือข่าวสารของกล้อง EOS R3 และเลนส์ RF ทั้ง 3  รุ่น สามารถติดตามการถ่ายทอดสดการแนะนำข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่านทาง Facebook Live ของ Canon Thailand และ Canon EOS R Thailand ในวันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป   [1] ในกลุ่มเลนส์สำหรับกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ที่มีระบบออโต้โฟกัส จากการสำรวจของแคนนอน ณ วันที่ 13 เม.ย. 2564 [2] ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องอาจลดลง ขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้และ / หรือสภาพแวดล้อมในการถ่ายภาพ [3] ฟีเจอร์นี้อาจไม่สามารถใช้ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยของผู้ใช้อย่างการสวมแว่นกันแดด คอนแทคเลนส์แบบแข็งหรือแว่นตาสำหรับการแก้ไขสายตา รวมถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลเช่น ขนาดดวงตา ความหนาของเปลือกตา และความยาวของขนตา [4] ใช้ได้กับ iOS เท่านั้น โดยเวอร์ชันที่ใช้ได้กับ EOS R3 ต้องซื้อเพิ่มเติม รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบใช้สายและไร้สาย แต่การเชื่อมต่อแบบใช้สายต้องใช้สาย USB ที่รองรับด้วย (ซื้อแยกต่างหาก) (* iOS เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Cisco ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ และใช้งานภายใต้ใบอนุญาต) [5] ในกลุ่มเลนส์สำหรับกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ที่มีระบบออโต้โฟกัส จากการสำรวจของแคนนอน ณ วันที่ 13 เม.ย. 2564 [6] รองรับระบบปฏิบัติติการ iOS14 ขึ้นไป ส่วน Android จะรองรับในอนาคต [7] FTP: File Transfer Protocol, FTPS: File Transfer Protocol over SSL/TLS,SFTP: SSH File Transfer Protocol [8] จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับเวอร์ชันถัดไป [9] EOS R3 ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในปัจจุบันจะได้รับการสนับสนุนในเวอร์ชันถัดไป ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย* iOS เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Cisco ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ และใช้งานภายใต้ใบอนุญาต* Android เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC

อ่านเพิ่มเติม
ความพยายามด้านความยั่งยืนของแคนนอน ได้รับรางวัล EcoVadis ระดับทอง

ความพยายามด้านความยั่งยืนของแคนนอน ได้รับรางวัล EcoVadis ระดับทอง

01 เม.ย. 2021 — ความพยายามด้านความยั่งยืนของแคนนอน ได้รับรางวัล EcoVadis ระดับทอง  แคนนอนประกาศวันนี้ว่า บริษัทฯ ได้รับรางวัล EcoVadis ระดับทองสําหรับการดำเนินการด้านความยั่งยืนติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ซึ่งทําให้ Canon ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มสูงสุด 3% ของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก EcoVadis พิจารณาจัดอันดับบริษัทต่างๆ ในหลากหลายมิติที่มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายแห่งความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อม มิติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน มิติด้านจริยธรรม และผลกระทบจากการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน รายงานล่าสุดจาก EcoVadis ระบุว่าแคนนอน ปฏิบัติงานได้ดีมากในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม แคนนอนได้รับการยกย่องในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เอื้อต่อการนำไปรีไซเคิล รวมถึงมาตรการที่ได้ดําเนินการเพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อย CO2 หลักปรัชญา 'Kyosei'  ของแคนนอน  อันหมายถึงการใช้ชีวิตและทํางานร่วมกันเพื่อส่วนรวม คือหัวใจสําคัญของความพยายามเหล่านี้ และยังเป็นรากฐานของความมุ่งมั่นของแคนนอนในการรับผิดชอบต่อห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ที่เกิดขึ้นภายในชุมชนที่แคนนอนดําเนินงานอยู่ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่แคนนอนพัฒนาขึ้น ปัจจุบัน EcoVadis ได้จัดอันดับบริษัทคู่ค้ากว่า 75,000 รายจาก 150 ประเทศ ผ่านวิธีการประเมิน CSR ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตามหลักมาตรฐาน CSR สากลระหว่างประเทศ รวมถึงโครงการริเริ่มการรายงานระดับโลก โครงการ United Nation Global Compact และระบบมาตรฐาน ISO 26000 หมายเหตุ ข่าวประชาสัมพันธ์เผยแพร่โดย แคนนอน สิงคโปร์ พีทีอี แอลทีดี วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

แคนนอน เปิดตัว Canon imageRUNNER ADVANCE DX C5800i Series  เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นประสิทธิภาพสูง เพื่อธุรกิจในยุคดิจิตอล

แคนนอน เปิดตัว Canon imageRUNNER ADVANCE DX C5800i Series เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นประสิทธิภาพสูง เพื่อธุรกิจในยุคดิจิตอล

23 มี.ค. 2021 — แคนนอน เปิดตัว Canon imageRUNNER ADVANCE DX C5800i Series เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นประสิทธิภาพสูง เพื่อธุรกิจในยุคดิจิตอล แคนนอน เผยโฉม เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นระบบเลเซอร์สี รุ่นใหม่ล่าสุด Canon imageRUNNER ADVANCE (iR-ADV) DX C5800i series จัดเต็มเทคโนโลยีเหนือระดับที่ตอบสนองการใช้งานของธุรกิจที่ต้องการต่อยอดสู่การเป็นธุรกิจแบบดิจิทัลในยุค New Normal ด้วยคุณสมบัติการพิมพ์ที่รองรับกระดาษสูงสุดขนาด A3 พร้อมมอบความสะดวกสบายจากการเชื่อมต่อบนคลาวด์ที่ยืดหยุ่นและการรักษาความปลอดภัยรอบด้าน ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในสำนักงาน และรองรับการสั่งงานจากระยะไกลที่ตอบรับเทรนด์การทำงานแบบไฮบริดที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์แคมเปญ Business Can Be Simple ของแคนนอนได้อย่างชัดเจน มร. อุย ชิก โฮ ผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานบิสซิเนสอิมเมจจิ้งโซลูชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “Hybrid Workplace หรือการทำงานไฮบริดผสมผสานเป็นการทำงานรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งถูกนำมาปรับใช้อย่างแพร่หลายในธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานให้เป็นแบบดิจิทัล โดย Canon iR-ADV DX C5800i series ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานในสำนักงานและจากสถานที่ที่อยู่ระยะไกล พร้อมมอบความคล่องตัวในการทำงานให้กับพนักงานมากยิ่งขึ้น และทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานให้เหมาะสมกับยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกันผ่านระบบคลาวด์ได้ปลอดภัย ตลอดจนช่วยพัฒนาการทำงานแบบไฮบริดให้มีความยั่งยืนและเพิ่มผลสำเร็จของงานให้มากขึ้น”   ส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การทำงานแบบไฮบริด Canon iR-ADV DX C5800i เป็นเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่นที่จะช่วยให้คุณปรับตัวเข้าสู่การทำงานแบบดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเครื่องป้อนเอกสารแบบ Single-Pass คุณภาพระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม สามารถสแกนเอกสารได้สูงสุด 270 แผ่นต่อนาที (ipm) และทำงานร่วมกับ uniFLOW Online ซึ่งเป็นโซลูชั่นจัดการงานพิมพ์บนคลาวด์ที่ทำให้การทำงานแบบดิจิทัลรวดเร็วขึ้น สามารถกำหนดขั้นตอนการทำงานไว้ล่วงหน้า โดยจะทำการสแกน ตั้งชื่อการจัดเก็บ และกำหนดเส้นทางเอกสารไปยังปลายทางต่าง ๆ บนคลาวด์ เพื่อการประมวลผลที่สะดวกรวดเร็วและช่วยลดระยะเวลาการดำเนินงานได้ ซึ่งการเชื่อมต่อโดยใช้ระบบคลาวด์ที่ยืดหยุ่นยังช่วยให้ทีมงานในสำนักงานและอยู่ระยะไกลสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกันการทำงานผ่านระบบอัตโนมัติยังช่วยลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยตัวเอง เพื่อส่งเสริมให้ผลลัพธ์จากการทำงานแบบไฮบริดมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมี uniFLOW Online Express ที่สามารถช่วยติดตามข้อมูลการใช้เครื่องอย่างละเอียดและมีระบบตรวจสอบอุปกรณ์ที่ป้องกันการเข้าใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต การป้องกันการละเมิดความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ด้วยการดำเนินงานภายใต้การทำงานแบบไฮบริดต้องการความปลอดภัยของอุปกรณ์ปลายทางที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่เรื่องเอกสารไปจนถึงความปลอดภัยของเครือข่ายที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ โดย Canon iR-ADV DX C5800i ใช้ระบบป้องกันการละเมิดความปลอดภัยที่หลากหลายเพื่อปกป้องธุรกิจจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ นอกจากนี้ในซีรีส์ดังกล่าวยังมีการใช้ Trusted Platform Module (TPM) 2.0 เพื่อเข้ารหัสข้อมูลสำคัญที่จัดเก็บบน MFD อย่างปลอดภัยและเป็นไปตามการรับรองของ Common Criteria (CC) Hardcopy Devices Protection Profile (HCD-PP) ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินความปลอดภัยของข้อมูลระดับสากล พร้อมเพิ่มความอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยซอฟต์แวร์ McAfee Embedded Control ที่มีประสิทธิภาพในการรับประกันความปลอดภัยของอุปกรณ์ และป้องกันการปลอมแปลงเฟิร์มแวร์ที่มีอยู่เพื่อปกป้องธุรกิจจากการโจมตีที่เป็นอันตรายได้ดีขึ้น ความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เมื่อเชื่อมต่อกับ Canon PRINT Business App Canon iR-ADV DX C5800i ยังมอบความสบายใจให้กับคุณอีกระดับ โดยผู้ทำงานในสำนักงานสามารถเข้าถึงอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ MFD บนสมาร์ทโฟนส่วนตัวได้อย่างง่ายดายและประมวลผลงานได้โดยไม่ต้องสัมผัส เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ร่วมกันระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบัน นอกเหนือจากความปลอดภัยในสถานที่ทำงานแล้ว ซีรีส์นี้ยังมีความยั่งยืนกับสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีการหลอมรวมที่เป็นมิตร และโหลด sleep อัจฉริยะ ที่ลดการสิ้นเปลืองพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการรักษาความมุ่งมั่นของแคนนอนในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยแคนนอน คาดว่าจะวางจำหน่าย Canon imageRUNNER ADVANCE DX C5800i Series ในไทยต้นเดือนเมษายนนี้  

แคนนอน โชว์แก็ตเจ็ตแนวคิดใหม่สุดคูล PowerShot ZOOM “กล้องดิจิทัลส่องทางไกล” เริ่มจำหน่ายต้นเดือน เม.ย. นี้

แคนนอน โชว์แก็ตเจ็ตแนวคิดใหม่สุดคูล PowerShot ZOOM “กล้องดิจิทัลส่องทางไกล” เริ่มจำหน่ายต้นเดือน เม.ย. นี้

17 มี.ค. 2021 — แคนนอน โชว์แก็ตเจ็ตแนวคิดใหม่สุดคูล PowerShot ZOOM “กล้องดิจิทัลส่องทางไกล” เริ่มจำหน่ายต้นเดือน เม.ย. นี้ บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีกล้องดิจิตอลและอิมเมจจิ้งระดับโลก เตรียมเปิดตัว Canon PowerShot ZOOM  กล้องดิจิทัลส่องทางไกลแบบตาเดียว แก็ตเจ็ตแนวคิดใหม่สุดคูลรุ่นล่าสุดของแคนนอน ขนาดกะทัดรัดที่เก็บภาพในช่วงเวลาสำคัญ ตอบโจทย์คนรักการทำกิจกรรม กีฬา คอนเสิร์ต ชมไลฟ์สดบนเวที หรือแม้แต่การส่องนก ส่องสัตว์ ตัวกล้องมีน้ำหนักเบา จึงเหมาะกับการพกติดไว้ทุกสถานการณ์ โดดเด่นด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวทรงพลัง พร้อมให้คุณเก็บภาพความทรงจำสุดพิเศษผ่านทั้งรูปถ่ายและวิดีโอได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยพลังการซูมถึง 3 ระดับง่ายๆ เพียงปลายนิ้วของกล้อง PowerShot ZOOM กับทางยาวโฟกัสของเลนส์เริ่มต้นที่ 100 มม. 400 มม. และจัดเต็มด้วยความสามารถในการซูมแบบดิจิทัลสูงสุดถึง 800 มม. น้ำหนักเพียง 145 กรัม กับรูปทรงกะทัดรัดด้วยความยาว 103.2 มม. จับถือง่ายได้ด้วยมือเดียว สามารถพกติดตัวไว้หรือห้อยคอได้สะดวก พร้อมไปกับคุณในทุกที่ได้อย่างคมชัดทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อให้สามารถควบคุมการถ่ายภาพได้จากระยะไกล และดาวน์โหลดภาพความประทับใจมาแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันทีผ่านแอพพลิเคชันของแคนนอนอีกด้วย นายนิฐิวัฒน์ วัจนวรานันท์ ผู้บริหารฝ่ายขายและการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ อิมเมจจิ้ง (Imaging Consumer Product) บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า กล้อง PowerShot ZOOM เป็นกล้องรุ่นใหม่ล่าสุดจากแนวคิดใหม่ที่มาจากความต้องการในการถ่ายภาพที่เปลี่ยนไปของผู้คนในยุคปัจจุบัน จึงออกแบบให้ตัวกล้องมีน้ำหนักเบา สามารถพกพาได้สะดวก สามารถเก็บไว้ในกระเป๋าติดตัวไปได้ทุกวัน  กล้องตัวจิ๋วที่พกพาง่ายตัวนี้ ยังพกเอาความสามารถและเทคโนโลยีที่เกินตัวมาด้วย ใช้งานง่ายแม้ไม่มีทักษะด้านการถ่ายภาพ ด้วยเทคโนโลยีออโต้โฟกัสแบบติดตามตรวจจับใบหน้า เพื่อให้คุณจับภาพได้แม้บุคคลที่ต้องการถ่ายภาพกำลังเคลื่อนไหว นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยีการซูมแบบออพติคอล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว ช่วยให้ได้ภาพถ่ายและวิดีโอที่คมชัดและนิ่งยิ่งขึ้น ซึ่งมักจะเป็นปัญหาของการถ่ายภาพด้วยการซูมไกลๆ  ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพช็อตเด็ดจากกิจกรรมนันทนการของครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน เช่น เซิร์ฟบอร์ด เจ็ตสกี หรืองานกีฬาสี ภาพบนเวทีคอนเสิร์ตหรือแฟนมีตที่เรามักจะไม่ได้อยู่ใกล้ขอบเวที กิจกรรมส่องนก หรือศึกษาพฤติกรรมสัตว์จากระยะไกล ยกให้เป็นหน้าที่ของกล้อง Canon PowerShot ZOOM  ในการช่วยเก็บภาพความทรงจำดีๆ นั้นไว้ สนุกไปกับกล้องดิจิทัลส่องทางไกลได้ง่ายๆ PowerShot ZOOM เป็นกล้องถ่ายภาพดิจิทัลส่องทางไกลภายใต้แนวคิดการใช้งานที่ง่ายไม่ยุ่งยาก มาพร้อมกับระบบออโต้โฟกัสและระบบป้องกันภาพสั่นไหว ให้ผู้ใช้งานซูมและเพลิดเพลินไปกับการดูและถ่ายภาพ กิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสบายตา ไม่ว่าจะออกไปส่องนก ส่องป่าเขา กิจกรรมกลางแจ้ง หรือดูฟุตบอลในสนามใหญ่ๆ และยังสามารถสลับโหมดการซูมได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว ตั้งแต่ทางยาวโฟกัสระยะ 100 มม. 400 มม. และสูงสุดที่ 800 มม. ให้ไม่พลาดในทุกช็อตสำคัญ สามารถบันทึกภาพนิ่งได้ด้วยความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และบันทึกวิดีโอระดับ Full HD เพียงแค่การปุ่ม และยังสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ที่ 10 ภาพต่อวินาที ทำให้ได้ภาพจังหวะของนักกีฬาที่กำลังวิ่งในสนาม หรือฝูงนกที่บินผ่านได้ทุกช็อตอย่างง่ายดาย อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก หากต้องถือทั้งเลนส์ซูมเทเลโฟโต้และกล้องแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ที่มีน้ำหนักไปตามทริปต่างๆ อยู่ตลอด ดังนั้นกล้อง PowerShot ZOOM ตัวนี้จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย โดยไม่ต้องถืออุปกรณ์ทั้งใหญ่และหนักให้พะรุงพะรังวุ่นวาย ก็สามารถเห็นภาพได้อย่างใกล้ชิดกว่าที่เคยด้วยช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) ขนาด 0.39 นิ้ว ที่มีความละเอียดถึง 2.36 ล้านจุด และอัตราการรีเฟรชที่ 59.94 เฟรมต่อวินาที ซึ่งคล้ายกับช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ของกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมคุณภาพดีอย่างรุ่น EOS RP ด้วยเหตุนี้ผู้ใช้งานจึงสามารถเห็นรายละเอียดของภาพได้คมชัดและสบายตาด้วยช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์นี้ และจากการออกแบบที่คำนึงถึงการออกไปใช้ชีวิตและการทำกิจกรรมนอกบ้าน PowerShot ZOOM สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ด้วยสาย USB Type-C to Type-C กับแท่นชาร์จที่รองรับหรือพาวเวอร์แบงค์ (แยกจำหน่าย) รวมถึงสามารถเลือกใช้ USB Power Adapter PD-E1 ของแคนนอนได้เช่นกัน (แยกจำหน่าย) โดยการชาร์จเต็ม 1 รอบจะสามารถบันทึกวิดีโอได้ประมาณ 60 นาที ถ่ายภาพนิ่งได้ 150 รูป และใช้งานเป็นกล้องส่องทางไกลต่อเนื่องได้ประมาณ 70 นาที โดยใช้การ์ด microSD เป็นหน่วยความจำในการจัดเก็บข้อมูล   ระบบการเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อกับสมาร์ทโฟนในทุกที่   แชร์ทุกประสบการณ์ขั้นกว่าของความใกล้ได้ง่ายๆ พร้อมโพสท์รูปของคุณลงโซเชียลมีเดียได้ทันที ด้วยการโอนข้อมูลจากตัวกล้องสู่สมาร์ทโฟนแบบไร้สายได้ผ่านแอพฯ Canon Camera Connect หรือผ่านทางสาย USB โดยตัวแอพพลิเคชัน Canon Camera Connect ยังมีฟังก์ชั่นในการควบคุมการถ่ายภาพจากระยะไกล และถ่ายโอนภาพความทรงจำน่าประทับใจกับครอบครัว และเพื่อนไปยังสมาร์ทโฟนได้แบบเรียลไทม์ ทุกที่ทุกเวลา เหมาะกับผู้ที่ชอบการแชร์คอนเทนต์ภาพถ่ายในทันที นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกล้อง PowerShot ZOOM กับสมาร์ทโฟนด้วยสาย USB ซึ่งสมาร์ทโฟนจะมองเห็นตัวกล้องเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ USB เพื่อให้ผู้ใช้เลือกโหลดภาพจากตัวกล้องมาเซฟในสมาร์ทโฟนได้ด้วยเช่นกัน โดยแคนนอน  คาดว่าจะวางจำหน่าย Canon PowerShot ZOOM ในไทยต้นเดือนเมษายนนี้